นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครและพนักงาน

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด ตระหนักดีว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครและพนักงานของเรานั้นมีความสำคัญ เราจะยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นสูงในด้านความเป็นส่วนตัวและรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านถูกเก็บใช้ และเปิดเผยเป็นไปตามความประสงค์ของท่านและเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเราจึงขอเสนอนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครและพนักงานแก่ท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้สมัครและพนักงาน คลิกที่นี่
ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับส่วนงานทรัพยากรบุคคลของ NTL
มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563
ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ("ประกาศ") ออกโดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "บริษัท")
ก. การใช้บังคับ
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลใดๆ ที่บริษัทมีปฏิสัมพันธ์ด้วย และเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ต้องบริหารจัดการในการทำสัญญาจ้างงาน / ความสัมพันธ์ในการทำงาน ซึ่งรวมถึง (1) ผู้สมัครงาน (2) พนักงาน / ลูกจ้าง (3) บุคลากรซึ่งไม่ใช่ลูกจ้าง และ (4) บุคคลอื่นใดที่บริษัทได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น บุคคลอ้างอิง และบุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “คุณ”)
ข. การเปลี่ยนแปลงประกาศ
บริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงประกาศฉบับนี้ให้เป็นปัจจุบันเป็นครั้งคราว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติหรือนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ การโอนข้อมูลส่วนบุคคล หรือเมื่อกฎหมายที่ใช้บังคับมีการเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทจะแจ้งให้คุณทราบเพื่อให้คุณ ได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทขอให้คุณอ่านประกาศฉบับนี้โดยละเอียด และหมั่นตรวจสอบข้อมูลบน https://www.ngerntidlor.com/th/privacy-policy/employee-policy.html นี้ว่าบริษัทดำเนินการเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้อย่างไรบ้าง
ค. วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคล และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
ประกาศฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายว่าบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างไร เพื่อให้คุณทราบถึงสิทธิและทางเลือกต่างๆ ที่คุณมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในฐานะเจ้าของข้อมูล ตลอดจนวิธีการติดต่อบริษัทในกรณีที่คุณมีข้อสงสัย
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
1.1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลของคุณตามที่ระบุไว้ต่อไปนี้ ซึ่งระบุตัวบุคคล หรือสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ หากสามารถรวมข้อมูลอื่นใดเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ หรือหากมีการใช้ข้อมูลอื่นเพื่อจัดทำข้อมูลประวัติบุคคล บริษัทจะถือว่าข้อมูลอื่นเช่นว่านั้นและข้อมูลที่ได้นำมารวมกันนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเก็บรวบรวม หรือได้มาซึ่งข้อมูลประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริบทของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบริษัท การเข้าทำสัญญาจ้างงาน / ความสัมพันธ์ในการทำงาน อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นเจ้าของข้อมูลประเภทใด
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดและตัวอย่าง
รายละเอียดชื่อและอักษรย่อ ข้อมูลของคุณที่ทราบได้ว่าหมายถึงคุณ ใช้กล่าวเรียกคุณ หรือใช้กล่าวถึงคุณ เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อตัว / อักษรย่อจากชื่อตัว ชื่อกลาง/อักษรย่อจากชื่อกลาง นามสกุล นามสกุลก่อนสมรส นามแฝงหรือชื่อที่เคยใช้ และลายมือชื่อ
รายละเอียดเกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคล รายละเอียดเกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคลที่เกี่ยวกับคุณ เช่น อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก สถานภาพการสมรส สัญชาติ ประเทศที่เกิด ความเป็นพลเมืองและสถานภาพการเป็นพลเมือง ข้อมูลการเกณฑ์ทหาร งานอดิเรกและความสนใจ ภาพถ่าย ทักษะในการใช้ภาษา และจำนวนบุตร
ข้อมูลการติดต่อ รายละเอียดในการติดต่อของคุณ เช่น ที่อยู่ทางไปรษณีย์ของบ้าน ที่อยู่สำหรับการจัดส่งของ หมายเลขโทรศัพท์บ้าน หมายเลขโทรสารบ้าน อีเมล์ส่วนตัว หมายเลขเซลลูลาร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเครือข่ายไร้สาย (Wireless) ส่วนตัว โปรไฟล์หรือชื่อผู้ใช้งาน (Handle) ในสื่อสังคมออนไลน์ ที่อยู่ทางไปรษณีย์ของที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงาน หมายเลขโทรสารที่ทำงาน อีเมล์ของที่ทำงานและหมายเลขเซลลูลาร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเครือข่ายไร้สายของที่ทำงาน
ข้อมูลทางการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและการทำงานของคุณ เช่น วุฒิการศึกษา และการเข้าศึกษา ใบอนุญาต สมาชิกภาพกับองค์กรวิชาชีพ และผลการศึกษา
ข้อมูลการจ้างงาน รายละเอียด สถานะ และประวัติการจ้างงานของคุณ เช่น อาชีพ / ยศ ตำแหน่ง ฝ่ายงาน หมายเลขทะเบียนนายจ้าง รหัสงาน หมายเลข บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตขององค์กร รายละเอียดเกี่ยวกับสถานะของวีซ่าสำหรับทำงาน / การอนุมัติการจ้างงาน ผลการตรวจหาสารเสพติด ข้อมูลบุคคลอ้างอิงและประวัติ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อเรียกร้องประกันภัยเงินทดแทนแรงงาน บันทึกการจ้างงาน (รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือน การเข้างาน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ) วันที่เริ่มว่าจ้าง การเลิกจ้างงาน ทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของลูกจ้าง และการประเมินต่างๆ (การประเมินผลการทำงาน และความเป็นไปได้ต่างๆ) รวมทั้ง การใช้เทคโนโลยีต่างๆ - การประเมินการใช้เทคโนโลยี (เช่น อินเทอร์เน็ต และอีเมล เป็นต้น)
ข้อมูลการระบุตัวตนที่ออกให้โดยหน่วยงานรัฐ หมายเลขหรือรหัสที่หน่วยงานผู้มีอำนาจออกให้แก่คุณเพื่อใช้ในการระบุตัวตน เช่น หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำตัวอื่นใดที่ออก ออกให้โดยหน่วยงานรัฐ หมายเลขใบขับขี่ หมายเลขใบอนุญาตการประกอบการ หมายเลขสำหรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ การระบุเพื่อยืนยันตัวตนสำหรับแผนสุขภาพ หรือแผนการจัดสรรอาหารที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล หมายเลขหนังสือเดินทาง และหมายเลขทะเบียนคนต่างด้าว
ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูล สถานะและประวัติทางการเงินของคุณ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับ การตรวจสอบประวัติ หมายเลขบัญชีที่มีกับสถาบันการเงิน ประวัติธุรกรรมทางการเงิน ประวัติสินเชื่อ ข้อมูลทางการธนาคาร การฝากเงินเพื่อการลงทุน ประวัติการเรียกร้องสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ที่มาของรายได้ เงินเดือน ค่าธรรมเนียมการให้บริการ เงินชดเชยอื่นๆ และการหักเงินเดือนลูกจ้างตามข้อกำหนดของกฎหมาย และตามความสมัครใจของลูกจ้าง เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน (เช่น สิทธิประโยชน์ สิทธิประโยชน์ในสวัสดิการเงินกู้ของลูกจ้าง การช่วยเหลือ การให้เปล่า และการให้เงินอุดหนุน)
คุณสมบัติที่ใช้ในการแบ่งกลุ่ม การแบ่งกลุ่มจากคุณสมบัติของบุคคล เช่น เครื่องชี้วัดอายุของครัวเรือน รหัสพื้นที่ทางการตลาดที่กำหนด รายได้ที่ระบุได้โดยประมาณ จำนวนสมาชิกในครัวเรือน จำนวนรถยนต์ที่เป็นเจ้าของ การเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา และประเภทที่พักอาศัย
ข้อมูลอุปกรณ์การสื่อสาร ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์และการใช้อุปกรณ์ ตลอดจนข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ เช่น การระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลเสาโทรคมนาคม ข้อมูลการเข้าถึงสื่อเสียง / ภาพวิดีทัศน์ / ภาพถ่าย / กล้องถ่ายภาพ ข้อมูลปฏิทิน บันทึกการโทร สมุดรายชื่อ / ที่อยู่ของผู้ติดต่อความหรืออีเมล์ (เนื้อหาของข้อความหรืออีเมล์) หมายเลขประจำตัวเครื่อง (Unique Device Identifier: UDID) ที่อยู่ไอพี พฤติกรรมการคลิก / ข้อมูลการติดตามเว็บไซต์ ออนไลน์ ข้อมูลไร้โครงสร้าง RFID ข้อมูลยืนยันในการล็อกอิน รหัสที่ใช้เพื่อความปลอดภัย รหัสการเข้าถึง หรือรหัสผ่านใดๆ ที่จำเป็น ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน รหัสผ่านเข้าใช้บัญชีผู้ใช้งาน หมายเลขใบอนุญาตการวัดและส่งข้อมูลทางไกล (Telemetry) หรือสารลักษณ์ (Metadata) ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้ใช้ งานปลายทาง เช่น การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ (แม้ว่าบริษัทจะไม่ทราบตัวตนของผู้ใช้งานก็ตาม) และคุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
มุมมองและความคิดเห็น ข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองและความคิดเห็นของคุณ เช่น ความประสงค์ ของคุณเกี่ยวกับสัญญาจ้างงาน / ความสัมพันธ์ในการทำงาน หรือ ข้อมูลอื่นใดที่คุณเลือกส่งให้แก่บริษัท ความคิดเห็น ข้อติชม ข้อร้องเรียน คำแนะนำ การตอบแบบสำรวจความคิดเห็น ข้อซักถามและข้อมูลที่คุณให้โดยสมัครใจในระหว่างที่มีการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทรัพยากรบุคคล
หากคุณไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแก่บริษัท บริษัทอาจไม่สามารถเสนอตำแหน่งงานให้แก่คุณตามคำขออีกทั้งบริษัท อาจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทุกประการที่บริษัทมีต่อคุณตามสัญญาจ้างงาน / ความสัมพันธ์ในการทำงานกับคุณ หรือไม่สามารถปฏิบัติภาระผูกพันของบริษัทตามกฎหมายได้

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนของคุณ เช่น ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ข้อมูลศาสนา และข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือและการจดจำใบหน้า) ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในส่วนที่ 2.3
ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอก
หากคุณให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกแก่บริษัท เช่น นามสกุลก่อนสมรสของมารดาของคุณ ข้อมูลเกี่ยวกับ
คู่สมรส ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลเกี่ยวกับบุตร ข้อมูลของสมาชิกในคณะกรรมการบริษัท / กรรมการ / ผู้ถือหุ้น / ผู้แทน / หัวหน้าผู้จัดการ ข้อมูลของผู้ค้ำประกัน ข้อมูลของผู้รับผลประโยชน์ หรือหากคุณขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียด
ตามประกาศฉบับนี้ให้แก่บุคคลดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอและได้รับความยินยอมที่จำเป็นจากบุคคลภายนอกนั้น (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) นอกจากนี้ คุณยังมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ด้วย
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ บุคคลไร้ความสามารถและ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลไร้ความสามารถเฉพาะเมื่อผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ให้ความยินยอมแล้วเท่านั้น หรือในกรณีที่บริษัทสามารถอ้างฐานทางกฎหมายประการอื่นได้ตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม บริษัทจะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถและคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์และผู้อนุบาล ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัททราบในภายหลังว่าบริษัทได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลใดที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถและคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์และผู้อนุบาล โดยที่บริษัทไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว บริษัทจะลบข้อมูลดังกล่าวนั้นทันที หรือจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลดังกล่าวเฉพาะ ในกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่นนอกจากความยินยอมได้
1.2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากคุณโดยตรง หรือโดยอ้อมจากแหล่งอื่นๆ (เช่น แหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้โดยสาธารณะ) และ/หรือ ผ่านบริษัทในเครือของบริษัท (เช่น การอ้างอิงจากหน่วยงานอื่นในกลุ่มกรุงศรี และธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (MUFG Bank, Ltd.) และบริษัทในกลุ่มของ MUFG) ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลภายนอก (เช่น โรงพยาบาล ผู้จัดหางาน และผู้สรรหาบุคลากร)
2. ฐานทางกฎหมายและเหตุในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
2.1. ฐานทางกฎหมายที่บริษัทอาจอาศัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
บริษัทมุ่งมั่นจะพิจารณากำหนดฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้เป็นหลักในการอ้างอิง ได้แก่
ฐานทางกฎหมาย รายละเอียด
เพื่อปฏิบัติตามสัญญา เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการที่จำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับคุณ และ/หรือ เพื่อให้สิทธิประโยชน์แก่คุณตามสัญญา
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติของบริษัทตามกฎหมายได้ (เช่น การขอรับหลักฐานเพื่อพิสูจน์ตัวตนของคุณเพื่อเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของบริษัทตามกฎหมาย)
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลอื่น (เช่น การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตฉ้อฉล)
ความจำเป็นต่อชีวิต เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
ความยินยอมของคุณ เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม
2.2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณซึ่งได้เก็บรวบรวมโดยมีวัตถุประสงค์ต่างๆ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปฏิสัมพันธ์ของคุณกับบริษัท รวมทั้งประโยชน์ที่คุณได้รับจากบริษัท ตลอดจนลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับคุณ และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท และ/หรือ ข้อพิจารณาอื่นๆ ตามที่จะได้ระบุไว้ดังต่อไปนี้

โปรดทราบว่า วัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่ได้ระบุไว้ต่อไปนี้ เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติของบริษัทในการใช้ข้อมูล และเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง กับคุณเท่านั้นที่จะมีผลบังคับในการใช้ข้อมูลของคุณ
วัตถุประสงค์ รายละเอียด
กระบวนการก่อนการว่าจ้าง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการสรรหา (เช่น การตัดสินใจจ้างงาน หรือ การตรวจสอบแหล่งข้อมูลอ้างอิงในกรณีที่เคยมีการจ้างงานแล้ว และ การโอนการจ้างงานระหว่าง บริษัท เงินติดล้อ จำกัด และบริษัทย่อย) เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับใบสมัครงาน การสัมภาษณ์ การประเมินคุณสมบัติตามข้อมูลที่ปรากฏในใบสมัครงาน ความเหมาะสม คุณสมบัติตลอดจนประสิทธิภาพการทำงานของคุณ เพื่อตรวจสอบประวัติและการคัดกรองในกรณีที่คุณได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงานกับบริษัท เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตวิชาชีพ เพื่อตรวจสอบข้อมูลของคุณกับบัญชีรายชื่อบุคคลต้องห้าม เพื่ออนุมัติใบสมัครงาน และเพื่อติดต่อคุณเกี่ยวกับตำแหน่งที่คุณขอหรือสมัคร (เช่น การติดต่อเพื่อแจ้งให้ทราบว่าใบสมัครของคุณได้รับการอนุมัติ หรือถูกปฏิเสธ) และประเมินเงินเดือนพื้นฐาน / เงินเดือนที่คุณคาดหวัง
การพิสูจน์ตัวตน เพื่อพิสูจน์ตัวตนและการลงนามเมื่อคุณสมัครเข้าทำงานกับบริษัท / ก่อความสัมพันธ์ด้านการทำงานกับบริษัท หรือในกรณีที่บริษัทให้ผลประโยชน์แก่คุณ และเพื่อตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงและล็อกอิน และเพื่อยืนยันตำแหน่งที่อยู่ของคุณเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงบัญชีของคุณได้
กระบวนการจ้างงานและการรับเข้าทำงาน เพื่อดำเนินกระบวนการรับเข้าทำงาน การเข้าลงนามในสัญญาจ้างงาน การกำหนดรายละเอียดการจ้างงาน ปฐมนิเทศ และการรับรองการจ้างงาน เพื่อติดต่อสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ให้คุณทราบ การติดต่อคุณและบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินของคุณ เพื่อดำเนินการขอใบอนุญาตทำงาน เพื่อบริหารจัดการการลาหยุดเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการทำงานของบริษัท เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านการพัฒนาองค์กร เพื่อจัดให้มีโอกาสในการเรียนรู้และการพัฒนา การฝึกอบรมและการอ้างอิงต่างๆ เพื่อให้บัตรและข้อมูลเพื่อใช้ในการเข้าถึงต่างๆ การให้การอ้างอิงและการรับรอง เพื่อทำการประเมินคุณผ่านทางรายงานการประเมินผลการทำงาน เพื่อจัดการโครงการการทดลองงาน การเลื่อนตำแหน่ง ความสามารถในการทำงานและการสืบทอดตำแหน่ง และการสอบสวนทางวินัย เป็นต้น
การให้เงินเดือน เงินชดเชย และสิทธิประโยชน์ บริหารจัดการการจ่ายเงินเดือน เพื่อจัดทำตัวเลขเงินเดือนสุทธิ การออกหนังสือรับรอง การออกเอกสารยืนยันการจ่ายเงิน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินชดเชย ผลตอบแทน และรางวัลต่างๆ เพื่อหักภาษีและเงินนำส่งทั้งตามกฎหมายและโดยสมัครใจ เพื่อดำเนินการลงทะเบียน / การเลิกเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม เพื่อรับประกันชีวิตและสุขภาพ และเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้ลูกจ้างสามารถขอรับและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น เงินกู้ยืม ค่าเดินทาง ค่าที่พัก การตรวจสุขภาพประจำปี และทุนการศึกษา และเพื่อตรวจสอบธุรกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติการกู้เงิน และอื่นๆ
กระบวนการต่างๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรม และ/หรือการชำระเงิน การโอนเงิน การชำระเงิน การทำธุรกรรม และทำตามคำสั่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการพิจารณาสินเชื่อและการให้สินเชื่อ การเบิกจ่าย การจดทะเบียนหลักประกัน การชำระหนี้ การประนอมหนี้ การชำระคืนและการปิดยอดเงินกู้ที่เสนอให้แก่คุณเพื่อติดตามหนี้และบริการเกี่ยวกับการบังคับตามสัญญา และการดำเนินการกับบัญชีของคุณให้อย่างเหมาะสมกับกรณีต่างๆ สำหรับสินเชื่อที่คุณกู้ยืม
การโฆษณาและทำการตลาด และ การสื่อสารข่าว การประชาสัมพันธ์ และการแจ้งข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและการบริการ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คุณทราบข้อมูลข่าวสารปัจจุบัน การติดต่อสื่อสาร การประกาศ การโฆษณา การให้สิทธิพิเศษ การให้ข้อเสนอพิเศษ และการให้ข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าและการบริการของบริษัท และ/หรือ ของหน่วยงานอื่นในกลุ่มกรุงศรี
การจัดการภายในองค์กรและการรักษาความสัมพันธ์ เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูล รายงาน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การบำรุงรักษาข้อมูลในลักษณะอื่นใด การอำนวยความสะดวก จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ เพื่อติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับข้อร้องเรียน ข้อเรียกร้อง และแบบสำรวจ เพื่อบริหารจัดการรายการผู้ติดต่อของพนักงาน เพื่อเก็บรักษาและปรับปรุงข้อมูลของคุณรวมทั้งบันทึกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเก็บรักษาความถูกต้องและสมบูรณ์ของข้อมูล และเพื่อจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสนับสนุนต่างๆ เช่น เพื่อให้สิทธิในการเข้าถึงเครื่องมือทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบ และแอปพลิเคชันต่างๆ ของบริษัท
ขั้นตอนต่างๆ ภายหลังการจ้างงาน เพื่อดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกจากการงาน เพื่อให้บริการหลังจากการเลิกจ้าง การออกหนังสือรับรอง การยุติ / การเลิกจ้างงาน การสัมภาษณ์ก่อนออกจากงาน และการสำรวจเฉพาะกิจ และการย้ายไปยังตำแหน่งงานใหม่ในบริษัทในเครือของบริษัท
การรักษาสิทธิประโยชน์ของบริษัท เพื่อรักษาความมั่นคงและความบูรภาพในการประกอบธุรกิจของบริษัท เพื่อใช้สิทธิของบริษัทหรือการรักษาประโยชน์ของบริษัทหากมีความจำเป็นและสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การตรวจสอบหา การป้องกัน การตอบข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉล กำหนดความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริตฉ้อฉลและระบุความเสี่ยงเกี่ยวกับฉ้อฉล และตรวจหาธุรกรรมที่เป็นการฉ้อฉล ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือการฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อบริหารจัดการและป้องกันการสูญหายของสินทรัพย์และทรัพย์สินของบริษัท การตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่กำหนด การบริหารจัดการความเสี่ยง การตรวจสอบภายในและการบันทึกภายใน การบริหารจัดการสินทรัพย์ ระบบและการควบคุมทางธุรกิจอื่นใด เพื่อป้องกันหรือการระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เพื่อการปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขของบริษัท เพื่อติดตามผลเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เพื่อป้องกันและรายงานเมื่อมีการกระทำความผิดทางอาญา เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความบูรภาพของธุรกิจของบริษัท สำหรับอ้างอิงและใช้เป็นหลักฐานที่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องหรือการดำเนินคดี
การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และการกำกับดูแล เพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางกฎหมาย กระบวนการพิจารณาทางกฎหมาย หรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอาจรวมถึงคำสั่งจากเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่นอกประเทศไทย และ/หรือ การให้ความร่วมมือกับศาล หน่วยงานผู้กำกับดูแล เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย หากบริษัทมีเหตุผลอันสมควรให้เชื่อว่าบริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องกระทำเช่นนั้น และเมื่อบริษัทจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดเผยข้อมูลของคุณเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กระบวนพิจารณาทางกฎหมาย คำสั่งของรัฐ จรรยาบรรณ และนโยบายภายในของบริษัท และบริษัทในเครือ สามารถดูรายละเอียดได้จาก https://www.krungsri.com/th/investor-relations/general-information เพื่อใช้สิทธิของบริษัทหรือการยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เมื่อมีข้อเรียกร้องทางกฎหมาย เพื่อเก็บรักษาบันทึกต่างๆ และการแก้ไขตามข้อร้องเรียนรวมทั้งข้อพิพาทต่างๆ และเพื่อดำเนินการจัดทำรายงานกิจกรรม การกำกับดูแล และการจ่ายภาษีตามหน้าที่
การเฝ้าติดตามตรวจสอบเกี่ยวกับความปลอดภัยและการดูแลระบบ เพื่อยืนยันตัวตน ควบคุมการเข้าถึงและบันทึกที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าติดตามระบบ เครื่องมือและอินเทอร์เน็ต ดำเนินการให้มั่นใจว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาอาชญากรรม การบริหารจัดการความเสี่ยงและการป้องกันการฉ้อฉล
การทำธุรกรรมขององค์กร เมื่อมีการขาย โอน ควบรวม ปรับโครงสร้าง หรือการดำเนินการอื่นใด ที่มีลักษณะคล้ายกัน บริษัทจะต้องเปิดเผยและโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บุคคลภายนอก รายใดรายหนึ่งหรือหลายรายตามข้อกำหนดในการทำธุรกรรมดังกล่าว
2.3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนเฉพาะเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากคุณเท่านั้น หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตลอดจนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือในกรณีอื่นใดที่กฎหมายกำหนดไว้ ในกรณีที่บริษัทต้องได้รับความยินยอมจากคุณ บริษัทจะขอความยินยอมจากคุณโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่มี ความละเอียดอ่อน วัตถุประสงค์
ประวัติอาชญากรรม เพื่อเก็บรวบรวมและใช้ประวัติอาชญากรรมของคุณเพื่อพิจารณาการสรรหา คัดกรองประวัติ / การตรวจสอบ และ / หรือการสอบสวน
ข้อมูลสุขภาพ บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลสุขภาพของคุณเพื่อพิจารณาจ้างงาน การดำเนินการตามสัญญา การบริหารจัดการเกี่ยวกับประวัติการลาหยุด เงินเดือน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ (เช่น การใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย) ข้อมูลสุขภาพของคุณที่บริษัทเก็บรวบรวมอาจรวมถึงหมู่เลือด หมายเลขบันทึกการแพทย์ หมายเลขผู้รับประโยชน์จาก แผนสุขภาพ การระบุอุปกรณ์การสื่อสารและหมายเลขลำดับ การรักษาพยาบาล การวินิจฉัยโรค ประวัติการรักษาพยาบาล ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินค่ารักษาพยาบาล ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมสำหรับการรักษาพยาบาล ภาพถ่ายทางการแพทย์ และสารลักษณ์ (Metadata) หมายเลข Rx / ใบสั่งยา เลขประจำตัวผู้ประกันสุขภาพ หรือเลขที่บัญชี ยา การบำบัด หรือผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ ข้อมูลสุขภาพกาย สุขภาพจิต ผลทดสอบหรือข้อมูลทางพันธุกรรม ประวัติสุขภาพของครอบครัว หรือประวัติอาการเจ็บป่วย และผลการตรวจร่างกายประจำปี
ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติของคุณเพื่อใช้ในการดำเนินการตามสัญญา
ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาของคุณเพื่อใช้ในการดำเนินการตามในสัญญาและเพื่อจัดการหลักฐานและบันทึกในการลาหยุด
ข้อมูลชีวภาพ บริษัทอาจเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลชีวภาพของคุณ (เช่น ลายนิ้วมือ และการจดจำใบหน้า) เพื่อการยืนยันตัวตน และการจัดการสิทธิ์ในการเข้าอาคาร
3. บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้บุคคลใด
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 2 ข้างต้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ที่คุณมีกับบริษัท ตลอดจนลักษณะการบริการที่คุณได้รับจากบริษัท
ประเภทผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียด
บริษัทในเครือ บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้บริษัทอื่นๆ ในกลุ่มกรุงศรี รวมถึงบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงิน และบริษัทในเครือของบริษัท และให้หมายรวมถึง ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (MUFG Bank, Ltd.) และบริษัทในกลุ่มของ MUFG ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเทศญี่ปุ่น
ผู้ให้บริการ บริษัทอาจว่าจ้างบริษัทอื่นเพื่อเป็นผู้ให้การบริการแก่บริษัท และช่วยเหลือบริษัท ในการดำเนินการตามสัญญาจ้างงาน / ความสัมพันธ์ในการทำงานของบริษัท โดยบริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ผู้ให้บริการเหล่านี้ หรือผู้ให้บริการดังกล่าวอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในนามบริษัทด้วยตนเอง เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ทางธุรกิจต่างๆ รวมทั้งการบริการด้านทรัพยากรบุคคล เช่น บริษัทว่าจ้างและมอบหมายงานด้านธุรกิจบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟท์แวร์ และการพัฒนาเว็บไซต์ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลและผู้ให้บริการคลาวด์บริษัทจัดหางานและผู้ให้บริการทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นบุคคลภายนอกบริษัทผู้ให้บริการด้านการสำรวจความคิดเห็น ผู้ให้บริการด้านการผลิตบัตร ผู้ให้บริการเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน บริษัทผู้ให้บริการเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการจัดพิมพ์เอกสาร ตัวแทนที่ให้บริการเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตทำงาน ตัวแทนด้านการท่องเที่ยว และผู้ให้บริการด้านการจัดฝึกอบรม ผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายการชำระเงิน ตัวแทนด้านการวิจัยตัวแทนด้านการตลาด ผู้ให้บริการด้านการส่งอีเมล์ผู้ให้บริการด้านการส่ง SMS ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการด้านงานธุรการและการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ ผู้ให้บริการเกี่ยวกับการทำลายเอกสารผู้ให้บริการด้านการจัดส่งของ ผู้ให้บริการด้านการนำเข้าข้อมูล และผู้ให้บริการด้านภาษี วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน เป็นต้น
ที่ปรึกษาวิชาชีพ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ที่ปรึกษาวิชาชีพซึ่งให้บริการด้านการตรวจสอบ กฎหมาย บัญชี และภาษีซึ่งให้ความช่วยเหลือในการประกอบธุรกิจของบริษัท และช่วยบริษัทในการต่อสู้คดี หรือฟ้องร้องคดีตามกฎหมาย การเริ่มและประมูลขายทอดตลาด หรือดำเนินการทางกฎหมายอื่นๆ
พันธมิตรของบริษัท บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บริษัทต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรของบริษัท เพื่อเสนอให้คุณได้รับการบริการด้านทรัพยากรบุคคล หรือเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการดังกล่าว (เช่น โรงพยาบาล บริษัทประกันภัย และโบรกเกอร์)
บุคคลภายนอกที่คุณมอบอำนาจหรือกำหนดให้บริษัทสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามที่คุณได้ให้ความยินยอม หรือตามที่คุณร้องขอ
บุคคลภายนอกที่เป็นผู้รับ โอนสิทธิ ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือ ผู้รับโอนตามสัญญาแปลงหนี้ใหม่ บริษัทอาจโอนสิทธิ โอนทรัพย์สิน หรือทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่เพื่อโอนสิทธิ และหน้าที่ของบริษัทให้แก่บุคคลภายนอก ภายใต้ขอบเขตตามสัญญาระหว่างคุณกับบริษัท โดยบริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือผู้รับโอนตามสัญญาแปลงหนี้ใหม่ รวมถึงผู้ที่จะเป็นผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือรับสัญญาแปลงหนี้ใหม่ในอนาคต
บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมขององค์กร บริษัทอาจต้องเปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้รับโอนสิทธิ บุคคลผู้ที่จะได้รับโอนสิทธิในอนาคต ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือบุคคลผู้ที่จะเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินในอนาคต หากมีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือมีการปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ การจำหน่าย การซื้อ การร่วมทุน การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันซึ่งประกอบด้วยการโอน หรือจำหน่ายไปซึ่งธุรกิจ สินทรัพย์ หรือหุ้นของบริษัทไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด
หน่วยงานรัฐและหน่วยงานอื่น ที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ ทางกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ ที่จำเป็น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่หน่วยงานรัฐและหน่วยงาน ผู้กำกับดูแล (เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กรมที่ดิน กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานประกันสังคม กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กรมบังคับคดี และศาล) และหน่วยงานอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมาย การกำกับดูแล และวัตถุประสงค์อื่นใดที่มีความจำเป็น อีกทั้งยังอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่หน่วยงานผู้กำกับดูแลหรือหน่วยงานรัฐร้องขอเพื่อวัตถุประสงค์ในการบังคับตามกฎหมาย การปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมาย การตรวจสอบ หรือกระบวนการ / ข้อเรียกร้องทางกฎหมาย
ผู้รับข้อมูลประเภทอื่นๆ บริษัท สถาบันทางการเงิน หรือสถาบันการศึกษาที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรของบริษัทซึ่งอาจขอข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อเป็นการอ้างอิงเมื่อท่านสมัครรับสินค้า บริการ โครงการทางการศึกษา หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่เป็นไปเพื่อการอ้างอิง
4. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ (หากมี)
บริษัทอาจต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้กับบุคคลภายนอกที่อยู่ในต่างประเทศ (เช่น ประเทศญี่ปุ่นและประเทศออสเตรเลีย) เพื่อให้บริษัทบรรลุตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ หรือเพื่อประโยชน์ของคุณ รวมถึงการฝึกอบรมออนไลน์ซึ่งผู้ให้บริการอยู่ในต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังอาจต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ในเครื่องแม่ข่าย (Server) ที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย (เช่น ประเทศสิงคโปร์) ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณบางรายอยู่ในประเทศอื่นซึ่งคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติยังมิได้ประกาศกำหนดว่าเป็นประเทศปลายทางที่มีมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ

เมื่อมีความจำเป็นที่บริษัทต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังประเทศที่สามซึ่งมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เทียบเท่ากับประเทศไทย บริษัทจะดำเนินการเพื่อให้มีมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้โอนไป หรือเพื่อให้การโอนนั้นสามารถดำเนินการ ได้ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ เช่น บริษัทอาจขอให้บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้โอนไปนั้นตกลงกับบริษัท เพื่อให้คำรับรองว่าข้อมูลนั้นจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับข้อกำหนดในประเทศไทย
5. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้อธิบายไว้ในประกาศนี้และ ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้นานกว่าระยะเวลาดังกล่าวตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ ตลอดจนนโยบายภายในของบริษัท หรือเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านการปฏิบัติงานของบริษัท เช่น ข้อกำหนดเรื่องการรักษาบัญชีที่เหมาะสม การอำนวยความสะดวกในด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า และเพื่อดำเนินการตามข้อเรียกร้องทางกฎหมายหรือกรณีที่หน่วยกำกับดูแลร้องขอ
6. สิทธิของคุณ
ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คุณมีสิทธิหลายประการเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่
  • สิทธิในการเข้าถึง คุณมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ การเปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับคุณ หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูล ส่วนบุคคลที่คุณไม่ได้ให้ความยินยอม
  • สิทธิในการขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หากคุณเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่สมบูรณ์ คุณอาจขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้
  • สิทธิในการลบหรือทำลาย คุณมีสิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายกำหนด
  • สิทธิในการระงับการใช้ คุณมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
  • สิทธิในการคัดค้าน คุณมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เฉพาะเหตุที่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงในทุกกรณี ซึ่งรวมถึงการทำบัญชีประวัติที่เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงดังกล่าว
  • สิทธิในการถอนความยินยอม ในกรณีที่คุณได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ คุณมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้
  • สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายได้ให้สิทธิไว้ คุณมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากบริษัทในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไป และสามารถอ่านได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังองค์กรอื่น และ
  • สิทธิในการร้องเรียน คุณมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ทั้งในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว หรือให้บุคคลอื่นเป็นผู้ดำเนินการในนามของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทขอให้บริษัทมีโอกาสในการจัดการแก้ไขข้อกังวลของคุณ ก่อนที่คุณจะติดต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ หากคุณมีข้อกังวลใดๆ บริษัทขอให้คุณติดต่อบริษัทในโอกาสแรก
การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น คุณสามารถติดต่อบริษัทได้ตามที่อยู่ตามที่ปรากฏในหัวข้อ “ติดต่อบริษัท”

ทั้งนี้ การขอใช้สิทธิของคุณตามที่กำหนดข้างต้นอาจมีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมาย และบางกรณีบริษัทสามารถปฏิเสธคำขอของคุณเมื่อมีเหตุผล อันสมควรและเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น กรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล
7. ติดต่อบริษัท
หากคุณมีข้อสงสัย ต้องการเสนอแนะ หรือข้อกังวลใด ๆ เกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากคุณต้องการยื่นคำขอเพื่อใช้สิทธิใดตามที่ปรากฏในประกาศฉบับนี้ โปรดติดต่อบริษัทหรือสำนักบริหารข้อมูลส่วนบุคคล ได้ตามที่อยู่ที่ปรากฏด้านล่างนี้ โดยบริษัทยินดีที่จะช่วยเหลือและให้ข้อมูลท่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โปรดติดต่อบริษัทได้ที่
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 482 อาคารอารีย์ ฮิลล์ ชั้น 9-15 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
Call Center: 088-088-0880

ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารข้อมูลส่วนบุคคล อีเมล์: [email protected]