นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายความเป็นส่วนตัวของลูกค้า/ผู้มาติดต่อ/พันธมิตรทางธุรกิจหรือคู่ค้า

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด ตระหนักดีว่าข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้มาติดต่อ และพันธมิตรทางธุรกิจคู่ค้าของเรานั้นมีความสำคัญ เราจะยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นสูงในด้านความเป็นส่วนตัวและรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านถูกเก็บใช้ และเปิดเผยเป็นไปตามความประสงค์ของท่านและเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเราจึงขอเสนอประกาศความเป็นส่วนตัวของลูกค้าและคู่ค้าแก่ท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าบริษัทฯ คลิกที่นี่
นโยบายความเป็นส่วนตัว ของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด
มีผลใช้บังคับเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2563
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“นโยบาย”) ออกโดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (“ บริษัทฯ” “เรา” หรือ “ของเรา”) เพื่อแจ้งให้บุคคลภายนอกที่บริษัทฯ มีปฏิสัมพันธ์ด้วย อันรวมถึงลูกค้า ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม แอพพลิเคชั่น และผู้รับบริการอื่น ๆ ของบริษัทฯ (รวมเรียกว่า “ ท่าน” หรือ“ ของท่าน”) ทราบถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
1. ข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้างที่เราเก็บรวบรวม
บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ในฐานะลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือผู้รับบริการของบริษัทฯ) โดยตรงจากท่าน หรือโดยอ้อมจากแหล่งอื่น ๆ และ/หรือผ่านบริษัทในเครือ บริษัทอื่น ๆ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลที่สาม (เช่น ตัวแทนจำหน่าย ตัวแทน นายหน้าช่วง และบุคคลอ้างอิงอื่น ๆ)
 
ประเภทของข้อมูลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจะขึ้นอยู่กับลักษณะที่ท่านมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทฯ และบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านต้องการหรือประสงค์จากบริษัทฯ โดยบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้
 
  • ข้อมูลระบุตัวตน: เช่น คำนำหน้าชื่อ อันดับ ชื่อ-นามสกุล ชื่อตัว/อักษรย่อจากชื่อตัว ชื่อกลางอักษรย่อจากชื่อกลาง นามสกุล ชื่อเล่น นามแฝง อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก หมู่เลือด สถานภาพการสมรส สัญชาติ ประเทศที่เกิด ความเป็นพลเมืองและสถานภาพรายละเอียดเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร ลายเซ็น หมายเลขโทรศัพท์บ้าน หมายเลขโทรศัพท์ส่วนบุคคล หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงาน Line ID อีเมล์ ที่อยู่ (รวมถึงที่อยู่ทางไปรษณีย์ ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามเอกสารทะเบียนบ้าน ที่อยู่ที่ทำงานและ/หรือที่อยู่ในใบกำกับภาษี) รหัสไปรษณีย์ ภาพวาดแผนที่หรือสถานที่ตั้งของที่อยู่ สถานะที่อยู่ปัจจุบัน (ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน ผู้อาศัยในนามเจ้าบ้าน บ้านพักสวัสดิการ บ้านเช่า และอัตราค่าเช่ารายเดือน ค่าผ่อนชำระบ้านต่อเดือน และระยะเวลาที่อยู่อาศัย) ระดับการศึกษา เอกสารการระบุตัวตนที่ออกโดยรัฐบาล (เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง หมายเลขหนังสือเดินทาง วันที่ออก วันหมดอายุ บัตรข้าราชการ และทะเบียนบ้าน) อาชีพ สถานะการจ้างงาน ตำแหน่งงาน และอายุการทำงาน
  • รายละเอียดทางการเงิน: เช่น แหล่งรายได้หลัก เอกสารทางการเงินที่ออกโดยนายจ้าง แหล่งรายได้อื่น รายละเอียดบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีธนาคารและหมายเลขบัญชี รายงานการเคลื่อนไหวในบัญชี (bank statement) กระแสเงินสดในบัญชีธนาคาร สำเนาบัตรเครดิต หมายเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุ ใบสมัครสินเชื่อ บันทึกการชำระเงินและความน่าเชื่อถือทางการเงิน (เช่น สถานะข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินของท่าน และข้อมูลอื่นที่คล้ายคลึงกัน)
  • รายละเอียดของยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ: เช่น หมายเลขทะเบียน จังหวัดที่ลงทะเบียน วันที่จดทะเบียน ไมล์สะสม (เลขระยะทาง) วันที่สำหรับการต่ออายุการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สำเนาเอกสารการจดทะเบียนยานพาหนะ ยี่ห้อรถ รุ่น ชนิดของเกียร์ (เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ) ประเภทยานพาหนะ ปีของยานพาหนะ สี ขนาดเครื่องยนต์ หมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถัง ระยะเวลาการเป็นเจ้าของ และน้ำหนักสุทธิของยานพาหนะ
  • การตั้งค่าและความสนใจ: เช่น ความสนใจของท่าน การตั้งค่าต่าง ๆ (รวมถึงช่องทางการติดต่อที่ใช้การเข้าสู่ระบบ และ/หรือวิธีการถ่ายโอนความสนใจของท่าน) กิจกรรมการใช้เว็บไซต์ และเอชทีทีพีคุกกี้
  • รายละเอียดผลิตภัณฑ์/บริการ: เช่น ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการ ( ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ สินเชื่อรถจักรยานยนต์ สินเชื่อรถยนต์และรถกระบะ สินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อรถบรรทุกซื้อขาย (C2C) สินเชื่อรถบรรทุกซื้อขาย (Dealer) สินเชื่อรถบรรทุกซื้อขายผ่านนายหน้าซื้อ สินเชื่อเช่าซื้อรถ/ยานพาหนะ ประกันภัยรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ประกันมะเร็ง ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (PPI) ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ(พ.ร.บ.)) หมายเลขสัญญาของท่าน หมายเลขกรมธรรม์ประกันภัยของท่าน รายละเอียดบริษัทประกันภัย วิธีการชำระเบี้ยประกัน ระยะเวลากรมธรรม์ประกันภัย (ตั้งแต่วันเอาประกันและวันสิ้นสุดการเอาประกัน) รายละเอียดเบี้ยประกัน เหตุผลในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย จำนวนงวด จำนวนเงินที่จ่ายต่องวด จำนวนเงินในการชำระงวดสุดท้าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษียานยนต์ วันที่การจ่ายค่างวดงวดแรก วันที่จ่ายเงินแต่ละงวด ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และ/หรือค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนยานพาหนะ ค่าธรรมเนียมการต่อภาษี วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ รายละเอียดสินเชื่อ (เช่น สินเชื่อรถยนต์ ราคาเงินสด เงินดาวน์ จำนวนงวด จำนวนเงินกู้ทั้งหมด และอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแบบลดต้นลดดอก) มูลค่าหลักประกัน รายละเอียดหลักประกัน วิธีการชำระหนี้ ยอดปิดปรับ/รีไฟแนนซ์Refinance จำนวนรวมของการชำระหนี้ และวิธีการรับเงินสินเชื่อ (เช่น เงินสดโดยตรง หรือฝากเข้าบัญชีธนาคาร)
  • ข้อมูลการสื่อสาร: เช่น เสียงบันทึกของท่านจากศูนย์บริการข้อมูล บันทึกการสอบถามของท่าน และรายละเอียดหรือเนื้อหาของการสื่อสารระหว่างท่านกับบริษัทฯ
  • ข้อมูลการตลาด: เช่น การตั้งค่าทางการตลาดของท่าน ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่บริษัทฯ คาดว่าท่านอาจสนใจ และการอ้างถึง/การอนุมานตามการโต้ตอบหรือการปฏิสัมพันธ์ของท่านกับบริษัทฯ บริษัทในเครือ บริษัทอื่น ๆ หรือพันธมิตรของบริษัทฯ
  • ข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นไปตาม FATCA: เช่น ท่านมีสัญชาติหรือสถานที่เกิดที่เกี่ยวข้องกับประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ท่านถือสัญชาติอเมริกัน (Green Card) หรือไม่ ท่านมีภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายภาษีให้กับกรมสรรพากรของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น: บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นตามที่ระบุไว้ในส่วนที่ 1 นี้ (เช่น สมาชิกในครอบครัวของท่าน บุคคลอ้างอิง ผู้ค้ำประกัน และบุคคลที่ต้องติดต่อเพื่อเรียกเก็บหนี้ พยาน ผู้รับมอบอำนาจ และ/หรือผู้รับผลประโยชน์) สำหรับการจัดหาผลิตภัณฑ์ หรือการดำเนินการให้บริการของบริษัทฯ หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัทฯ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านมีอำนาจในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดย (ก) แจ้งให้บุคคลอื่นนั้นทราบเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ และ (ข) ได้รับความยินยอมในกรณีที่เกี่ยวข้อง หรือเมื่อจำเป็นเพื่อให้บริษัทฯ สามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้
  • ความสัมพันธ์ทางสังคม: เช่น สถานภาพทางการเมือง ความสัมพันธ์กับกรรมการ ฝ่ายจัดการ และบุคคลผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ความสัมพันธ์กับนิติบุคคลอื่น (เช่น เป็นกรรมการ ฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น) และความสัมพันธ์อื่น
  • รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์การสื่อสาร: เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์และการใช้อุปกรณ์ ตลอดจนข้อมูลทางเทคนิค เช่น การระบุพิกัด ข้อมูลเสาโทรคมนาคม (Cell Tower) ข้อมูลการเข้าถึงสื่อเสียง/ ภาพวิดีทัศน์/ ภาพถ่าย/ กล้อง ข้อมูลปฏิทิน ข้อมูลบันทึกการโทร สมุดบัญชีรายชื่อผู้ติดต่อ/ ที่อยู่ ข้อความหรืออีเมล์ (เนื้อหาอีเมล์) หมายเลขประจำตัวเครื่อง (Unique Device Identifier: UDID) ที่อยู่ IP Clickstream/ ข้อมูล Tracking สำหรับเว็บไซต์ ข้อมูลไร้โครงสร้าง RFID ข้อมูลประจำตัวในการล็อกอิน รหัสที่ใช้เพื่อความปลอดภัย รหัสการเข้าถึง หรือรหัสผ่าน ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน รหัสผ่านเข้าใช้บัญชี หมายเลข PIN เลขที่ใบอนุญาต ข้อมูล Telemetry/ ข้อมูลที่ใช้กำกับและอธิบายข้อมูลหลัก (Metadata) ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้ใช้งาน (เช่น จำนวนครั้งในการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ (แม้ว่าบริษัทฯ ไม่ทราบตัวตนของผู้ใช้งานก็ตาม) คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน รุ่นของเครื่องมือสื่อสาร ข้อมูลในอุปกรณ์ รหัสสำหรับการส่งคำตอบแบบสอบถามผ่านทาง LINE Rabbit ID บัญชี Google บัญชีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ บัญชีผู้ใช้ LINE รหัส OTP Token และข้อความ SMS
  • รายละเอียดอื่นใดที่ท่านให้แก่บริษัทฯ: ข้อมูลที่ได้ให้ไว้เป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มสร้างความสัมพันธ์ใหม่หรือเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันของท่าน ในการที่ท่านสมัครใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทฯ หรือที่บริษัทฯ ให้การบริการแก่ท่าน รวมทั้งกรณีอื่น ๆ เช่น โดยการกรอกแบบฟอร์มของบริษัทฯ หรือด้วยวิธีการอื่นใดที่บริษัทฯ กำหนด
  • มุมมองและความคิดเห็น: ข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองและความคิดเห็นของท่าน เช่น ความชื่นชอบของท่านเกี่ยวกับบริการของบริษัทฯ หรือข้อมูลอื่นใดที่ท่านเลือกที่จะส่งให้แก่บริษัทฯ (รวมถึงการส่งข้อมูลผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือการสำรวจความคิดเห็นออนไลน์) การแสดงความคิดเห็น การให้ข้อติชม การร้องเรียน การให้คำแนะนำ การตอบแบบสำรวจความคิดเห็น ข้อซักถามและข้อมูลที่ท่านสมัครใจให้ในระหว่างที่มีการติดต่อสื่อสารด้านการตลาดหรือการสื่อสารเกี่ยวกับการบริการลูกค้า รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เปิดเผยอยู่บนโปรไฟล์สื่อสังคมออนไลน์ของท่าน และ
  • ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน: เช่น ข้อมูลศาสนา (ตามที่ปรากฏบนบัตรประจำตัวประชาชน) ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า) โดยบริษัทฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนบนพื้นฐานของความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือตามกรณีที่กฎหมายยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม
ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ เช่น คุกกี้ และพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ ประเภทการสืบค้น ประวัติการสืบค้น ภาษาที่ใช้ในการสืบค้น หมายเลขที่ใช้สำหรับระบุตัวตนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย (IP Address) ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้งานและการโต้ตอบกับบริการออนไลน์ หรือการโฆษณาของบริษัทฯ (รวมถึงเว็บเพจที่เยี่ยมชม เนื้อหาที่เยี่ยมชม ลิงค์ที่คลิกและคุณสมบัติที่ใช้) เวลาที่ใช้และความถี่ในการใช้บริการออนไลน์ของบริษัทฯ หน้าเว็บที่ท่านคลิกลิงค์เพื่อเข้าสู่บริการออนไลน์ของบริษัทฯ (เช่น อ้างอิงจาก URL) และรายงานข้อขัดข้อง หากมีความเป็นไปได้ในการผสานข้อมูลใด ๆ เข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากมีการใช้ข้อมูลอื่นเพื่อสร้างโปรไฟล์ของท่าน บริษัทฯ จะถือว่าข้อมูลอื่น ๆ และข้อมูลที่ผสานกันเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
 
บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลไร้ความสามารถเฉพาะเมื่อผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ให้ความยินยอมแล้วเท่านั้น หรือเมื่อบริษัทฯ มีฐานทางกฎหมายอื่นในการเก็บรวบรวมได้ตามที่กฎหมายที่บังคับใช้อนุญาต บริษัทฯ จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยปราศจากความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนตามจำเป็น หรือจากบุคคลเสมือนไร้ความสามารถและบุคคลไร้ความสามารถ โดยปราศจากความยินยอมจากผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมาย ในกรณีที่บริษัทฯ ทราบว่าบริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เจตนาจากผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนตามที่กฎหมายกำหนด หรือจากบุคคลเสมือนไร้ความสามารถและบุคคลไร้ความสามารถโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมายนั้น บริษัทฯ จะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวทันที หรือประมวลผลเท่าที่ฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากการขอความยินยอมรองรับ
 
หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัทฯ หรือผู้ให้บริการภายนอก (เช่น สมาชิกในครอบครัวของท่าน หรือเจ้าของผู้รับผลประโยชน์ขั้นสุดท้าย ผู้ติดต่อ บุคคลอ้างอิง ฯลฯ) เพื่อดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวข้องกับบริการหรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือกรณีที่ท่านมีการร้องขอให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวแก่บุคคลที่สาม ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายฉบับนี้ให้แก่บุคคลดังกล่าวนั้นทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลภายนอกนั้น (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) นอกจากนี้ ท่านยังมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บริษัทฯ สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ด้วย
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
(1) ช่องทางการบริการ บริษัทฯ อาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางการให้การบริการ ไม่ว่าจะเป็นการให้การบริการออฟไลน์หรือออนไลน์ ที่ทำการของบริษัท หรือการให้การบริการทางไกล (เช่น ทางโทรศัพท์ แพลตฟอร์ม แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งช่องทางการส่งเสริมการขายและการตลาดอื่น ๆ)
(2) ช่องทางอื่นนอกจากการบริการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางอื่นนอกจากการบริการ เช่น เมื่อท่านติดต่อบริษัทฯ ก่อนการทำธุรกรรม สมัครใช้การบริการ ขอเอกสารเสนองาน (Pitch) หรือข้อเสนอต่าง ๆ จากบริษัทฯ หรือเข้าร่วมในการทำธุรกรรม หรือการทำสัญญา (ไม่ว่าจะติดต่อและให้ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางใด เช่น ผ่านสาขาบริษัท แพลทฟอร์มทางอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทฯ บัญชี LINE ที่เป็นทางการของบริษัทฯ) หรือข้อมูลที่ได้รับจากห้องเก็บเอกสาร (Data Room) ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม
(3) จากแหล่งอื่น บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลของทางการ (เช่น หน่วยงานราชการที่มีฐานข้อมูลของบุคคลที่เป็นที่น่าเชื่อถือ) นายจ้างของท่าน องค์กรที่บริษัทฯ ให้การบริการ (ซึ่งรวมถึง เว็บไซต์ และเครือข่ายสังคมออนไลน์ขององค์กรเหล่านั้น) ผู้ให้บริการที่บริษัทฯ ว่าจ้างให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแทนบริษัทฯ บริษัทในเครือของบริษัทฯ คู่ค้าของบริษัทฯ (เช่น บริษัทประกันภัยเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการประกันภัย แพลตฟอร์มของพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ คู่ค้าของบริษัทฯ ที่ท่านทำงาน หรือที่ท่านเป็นผู้กระทำการแทน) และจากบุคคลภายนอกอื่น ๆ
3. เหตุใดเราจึงเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เฉพาะในบางกรณีที่บริษัทฯ ระบุไว้ว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลใด ๆ เป็นไปตามความยินยอมของท่าน บริษัทฯจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานทางกฎหมายอันได้แก่ (1) การปฏิบัติตามสัญญาสำหรับการให้บริการหรือธุรกรรมแก่ท่าน (2) การปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ (3) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลอื่น (4) ฐานประโยชน์ที่สำคัญเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (5) ฐานประโยชน์สาธารณะ เพื่อการดำเนินการอันเป็นสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ
 
บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ โดยขึ้นอยู่กับปฏิสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัทฯ ดังนี้
 
  • เพื่อให้บริการแก่ท่าน เช่น เพื่อให้ท่านสามารถสมัครและรับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ เพื่อประเมินใบสมัครของท่านหรือคุณสมบัติในการรับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการให้บริการตามกระบวนการในการรู้จักลูกค้าที่สามารถระบุตัวตนหรือพิสูจน์ตัวตนได้อย่างถูกต้อง (KYC) หรือการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) เพื่อตรวจสอบข้อมูลของท่านจากบัญชีดำและการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการตามกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนและดำเนินกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริการหรือผลิตภัณฑ์ (รวมถึงกระบวนการในการออกหมายเลขสัญญา) เพื่อให้บริการลูกค้า (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการตอบข้อสอบถาม) เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ เพื่อดำเนินธุรกรรมทางการเงินและบริการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน รวมถึงการตรวจสอบ การยืนยัน และการยกเลิกธุรกรรม เพื่อประเมินความเสี่ยงใด ๆ อันเกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้ยานพาหนะ กรณีที่บริษัทฯ พิจารณาใบแบบฟอร์มการสมัครของท่านเพื่อดำเนินการเบิกจ่ายสินเชื่อจัดทำใบเสนอราคา และดำเนินการพิจารณาใบสมัครของท่านเพื่อให้บุคคลภายนอกดำเนินการจัดหาการประกันภัยที่เหมาะกับท่าน เพื่อส่งมอบและรับคืนเล่มกรมธรรม์ประกันภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสมัครรับผลิตภัณฑ์และบริการของบุคคลที่สาม เช่น สำหรับกระบวนการอนุมัติประกันภัย และการออกเล่มกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อดำเนินการเคลมประกัน และยกเลิกกรรมธรรม์ประกันภัย เพื่อบริหารและจัดการบัญชีของท่าน เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการสมัคร ข้อตกลงสัญญา หรือการติดต่อใด ๆ กับท่าน เพื่อดูแลและปรับปรุงการบันทึกที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ให้แก่ท่าน ในบางกรณี เพื่อยุติสัญญาใด ๆ ที่บริษัทฯ มีกับท่าน เพื่อทำหรือช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับเครดิตของท่าน เพื่อประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อและการประกันภัย และเพื่อตรวจสอบรายละเอียดที่ท่านให้แก่บริษัทฯ และผู้ให้บริการของบริษัทฯ
  • เพื่อการยืนยันตัวตนของท่าน: เช่น การลงทะเบียน การยืนยัน การระบุตัวตน และการรับรองความถูกต้องของท่าน หรือตัวตนของท่านและการลงนาม เพื่อยืนยันตำแหน่งของท่านเพื่อให้สามารถเข้าถึงบัญชีของท่าน และเพื่อเก็บคำถามรักษาความปลอดภัยที่ใช้ในการยืนยันตัวตนในภายหลังสำหรับกรณีผ่านทางออนไลน์ หรือมือถือ;
  • ในการประมวลผลธุรกรรมและ/หรือการชำระเงิน: เช่น การประมวลผลการชำระเงินหรือธุรกรรม การเรียกเก็บเงิน การประมวลผล การหักบัญชี การคืนเงิน หรือกิจกรรมกระทบยอดบัญชีต่าง ๆ (กิจกรรมการประนีประนอม) ซึ่งรวมถึงกิจกรรมทางการเงินทั้งหมด ทั้งการทำธุรกรรมหรือบันทึกการชำระเงินที่เกี่ยวข้อง การออกใบเสร็จเรียกเก็บเงิน ใบกำกับภาษี ใบเสร็จการชำระเงิน และการส่งมอบเอกสารดังกล่าว
  • เพื่อการสื่อสารและการจัดการความสัมพันธ์ของบริษัทฯ กับท่าน: เช่น เพื่อแจ้งผลการสมัครใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของท่าน การสื่อสารทางข้อความ (SMS) เพื่อส่งจดหมายหรือเอกสาร (เช่น จดหมายต้อนรับ รหัสบัตรและบัตรเครดิต กรมธรรม์การประกันภัย จดหมายแจ้งการต่ออายุประกันภัย ใบแจ้งหนี้หรือการแจ้งเตือนวันครบกำหนดอื่น ๆ หรือจดหมายเรียกเก็บหนี้) และการติดตามการจัดส่งไปรษณีย์ การแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับจำนวนเงินค้ำประกันที่เหลืออยู่เพื่อดำเนินการขอรับคืน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและจัดการปัญหาทางเทคนิค เพื่อประมวลผลและปรับปรุงข้อมูลของท่านให้เป็นปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามข้อร้องเรียนของท่าน เพื่อตอบสนองและปฏิบัติตามคำขอของท่านเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่บริษัทฯ เสนอหรือให้ เพื่อจัดการบัญชีและจัดการความสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • การติดตามทวงถามหนี้: เพื่อดำเนินการติดตามทวงถามหนี้โดยบริษัทฯ และผู้ให้บริการการทวงถามหนี้ เพื่อทำการเรียกคืนเงิน และจัดการกับบัญชีของท่านตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน (ซึ่งอาจรวมถึงการยื่นฟ้องลูกค้าที่ค้างชำระ)
  • การโฆษณาและการตลาด เช่น ส่งข้อเสนอสำหรับโปรโมชั่น ข้อเสนอพิเศษและข้อเสนออื่น ๆ / โปรโมชั่น (รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงการให้ส่วนลด) เพื่อจัดงานกิจกรรมเสี่ยงโชคลุ้นของรางวัลหรืองานกิจกรรมอื่นในด้านความร่วมมือ / การเป็นพันธมิตร และบริการโฆษณาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อทำการตลาดทางตรงและการทำการตลาดเฉพาะบุคคล เพื่อแสดงโฆษณาออนไลน์ เพื่อให้ข้อเสนอหรือโปรโมชั่นแบบกำหนดเป้าหมาย เพื่อดำเนินการและจัดการการลงทะเบียนบัญชีและการลงทะเบียนกิจกรรมของท่าน เพื่อดำเนินการวางแผนกลยุทธ์ และดำเนินการด้านการตลาดดิจิทัล เพื่อดำเนินการในด้านความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดีย เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เพื่อทำการวิจัยทางการตลาด และประเมินหรือปรับปรุงประสิทธิภาพทางการตลาดของเรา เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ในการแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับการตลาดของเรา การสื่อสาร ประกาศ ข่าว และข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการอื่น ๆ รวมถึงบริการโฆษณาและของรางวัลจากบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ การสื่อสารการตลาดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านเอเจนซี่;
  • คำแนะนำและการปรับเปลี่ยนเฉพาะบุคคล: บริษัทฯ เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าของท่าน เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทใดที่ท่านมีแนวโน้มจะสนใจ เพื่อนำไปปรับการโฆษณา และข้อแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ตรงความสนใจของท่านมากที่สุด โดยปรับแต่งประสบการณ์ของท่าน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแสดงโฆษณาและข้อเสนอพิเศษผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งในบางกรณีจะมีการกำหนดเป้าหมายที่ตัวท่านตามความสนใจและการเรียกดูเว็ปออนไลน์ (รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัทฯ);
  • การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ: เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการตลาดและ ข้อเสนอในการขายผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงระบบ (เช่น พัฒนาแบบจำลองการจำแนกกลุ่มลูกค้าเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น) ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เพื่อดำเนินการตรวจสอบใบเสร็จเรียกเก็บเงินและจดหมายต้อนรับแบบสุ่มสำหรับปรับปรุงความแม่นยำ เพื่อการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพื่อการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเพื่อปรับปรุงการให้บริการ เพื่อตรวจสอบว่าส่วนใดในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ท่านเข้าชม หรือส่วนใดของเว็บไซต์ที่ท่านพบว่ามีประโยชน์มากที่สุด การประเมินส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ และประสบการณ์ การทดลองใช้คุณสมบัติหรือฟังก์ชั่นต่าง ๆ เพื่อทำการซ่อมแซมจุดบกพร่องในโปรแกรม (Debug) และแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อวิเคราะห์การใช้บริการออนไลน์ของบริษัทฯ เพื่อปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์มของท่าน เพื่อจดจำท่านในเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ท่านใช้ เพื่อระบุและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ และเพื่อพัฒนาข้อมูลเชิงคุณภาพ
  • การวิเคราะห์ความเสี่ยง: เช่น การประเมินความเสี่ยงตามข้อมูลของท่านและข้อมูลที่ได้รับเพื่อการประเมินคุณสมบัติในการเข้ารับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ เพื่อประเมินใบสมัครของท่านหรือคุณสมบัติในการเข้ารับผลิตภัณฑ์หรือบริการ (เช่น เพื่อประเมินคะแนนเครดิตสำหรับการสมัครสินเชื่อยานพาหนะ เพื่อพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อยานพาหนะ เพื่อให้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการขอสินเชื่อและธุรกรรม การใช้ยานพาหนะติดสินเชื่อ และแหล่งที่มาของการชำระหนี้ เช่นเดียวกับ เพื่อประเมินความสามารถของลูกค้าในการปฏิบัติตามภาระผูกพันได้อย่างทันท่วงที) เพื่อทำการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
  • การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ: เช่น เพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลของท่าน เพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูล เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับป้องกันความเสี่ยง (เช่น พัฒนาแบบจำลองเพื่อทำนายความเป็นไปได้ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือคาดการณ์โอกาสของการเกิดอุบัติเหตุ) เพื่อทำการควบคุมความเสี่ยงของบริษัทฯ การตรวจสอบและการเก็บบันทึกการตรวจสอบ การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต เพื่อเก็บบันทึกทางธุรกิจและอื่น ๆ เพื่อการปฏิบัติงาน การจัดการ และรักษาการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อดูแลการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ การจัดการระบบสื่อสาร การดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการตรวจสอบความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเพื่อดูแลการจัดการธุรกิจภายใน สำหรับข้อกำหนดการปฏิบัติงานภายใน นโยบายและขั้นตอนของบริษัทฯ
  • การปกป้องประโยชน์ของบริษัท: เช่น เพื่อป้องกันความปลอดภัยและความมั่นคงของบริษัทฯ การใช้สิทธิและการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ เมื่อจำเป็น ตัวอย่างเช่น เพื่อตรวจจับ ป้องกันและตอบสนองการร้องเรียนที่เป็นการทุจริต และเพื่อประเมินความเสี่ยงจากการทุจริต และการระบุธุรกรรมที่มีการทุจริต การเรียกร้องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือการละเมิดกฎหมาย เพื่อจัดการและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินและสินทรัพย์ของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบรายชื่อการติดโทษ (sanction list) การบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบภายในและบันทึก การจัดการสินทรัพย์ ระบบและการควบคุมธุรกิจอื่น ๆ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามอันตรายซึ่งอาจเกิดกับชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เพื่อการตรวจสอบรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ การติดตามเหตุการณ์ เพื่อป้องกันและรายงานความผิดทางอาญา และเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความมั่นคงของบริษัทฯ สำหรับการอ้างอิงและใช้เป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องหรือการดำเนินคดี
  • ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ทางกฎหมาย: เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย การดำเนินคดี หรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจรวมถึงคำสั่งจากหน่วยงานของรัฐนอกประเทศไทย และ/หรือการให้ความร่วมมือกับศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานราชการ และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เมื่อบริษัทฯ มีความเห็นสมควรว่า บริษัทฯ จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ความร่วมมือตามกฎหมาย การดำเนินการ คำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐ หลักจรรยาบรรณ และนโยบายภายในของบริษัทฯ การใช้สิทธิและการโต้ตอบข้อเรียกร้องทางกฎหมาย (ซึ่งรวมถึงการติดตามทวงถามหนี้ การเรียกคืนจากบัญชีค้างชำระ) เพื่อเก็บรักษาบันทึกและแก้ไขข้อร้องเรียนและข้อพิพาท เพื่อประมวลผลการดำเนินกิจกรรม เพื่อประมวลผลกิจกรรมการรายงานเครดิต และการกำกับดูแลและการรายงานภาษี การเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ
  • การทำงานของเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ: เช่นการบริหารงาน การดำเนินงาน การติดตามงาน การตรวจสอบ และจัดการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ เพื่ออำนวยความสะดวกและตรวจสอบให้แน่ใจว่าทำงานได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับท่านในเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ ปรับปรุงรูปแบบและเนื้อหาในเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ เพื่อให้ท่านสามารถเข้าถึงระบบที่มีอยู่และให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค
  • การทำธุรกรรมขององค์กร: ในกรณีที่มีการขายกิจการ โอนกิจการ การควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้าง หรือเหตุการณ์ที่คล้ายกัน ซึ่งบริษัทฯ อาจโอนข้อมูลของท่านไปยังบุคคลที่สามอย่างน้อยหนึ่งรายอันเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมนั้น
  • ชีวิต: เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายอันอาจเกิดต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล และ
  • การป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: เช่น การตรวจสอบบันทึกกิจกรรมเครือข่าย เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ความปลอดภัย เพื่อดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยและเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจเกิดกับข้อมูล การฉ้อฉล การฉ้อโกง หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายและกิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวโยงกับการบำรุงรักษาข้อมูล
  • วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน :
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับรองความถูกต้องและการยืนยันตัวตน: ข้อมูลศาสนา (ตามที่ปรากฏบนบัตรประจำตัวประชาชน)
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการตรวจสอบประวัติ และกระบวนการรับประกันภัย (underwriting process) เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ: ประวัติอาชญากรรม
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการขอรับใบเสนอราคากรมธรรม์ประกันภัย และเพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือกระบวนการพิจารณาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน การดำเนินการเรียกสินไหมทดแทน และการชำระสินไหมในนามของผู้เอาประกันภัยอันเกินขอบเขตของกฎหมายที่อนุญาต: ข้อมูลสุขภาพ
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการขอรับใบเสนอราคากรมธรรม์ประกันภัย และเพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือกระบวนการพิจารณาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน การดำเนินการเรียกสินไหมทดแทน และการชำระสินไหมในนามของผู้เอาประกันภัยอันเกินขอบเขตของกฎหมายที่อนุญาต: ข้อมูลความพิการ
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับรองความถูกต้องและการยืนยันตัวตน และการดำเนินการของกระบวนการตรวจสอบตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามกระบวนการทำความรู้จักลูกค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Know Your Customer (E-KYC)) และเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์: ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า)
กรณีที่บริษัทฯ จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายกำหนด หรือกรณีที่บริษัทต้องเข้าทำสัญญา หรือปฏิบัติตามสัญญากับท่าน หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขการจัดกิจกรรมกับท่าน หรือดำเนินการใดๆ เพื่อท่านตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น และท่านไม่ได้ให้ข้อมูลนั้นเมื่อมีการร้องขอ บริษัทฯ อาจไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ข้างต้นได้
ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมสำหรับการดำเนินกิจกรรมบางอย่างในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ จะดำเนินการขอรับความยินยอมจากท่านสำหรับกิจกรรมดังกล่าวแยกต่างหาก
4. ผู้ที่บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลที่สามต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวไว้ข้างต้น:
  • กลุ่มธุรกิจทางการเงินและบริษัทในเครือกรุงศรี: บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อกลุ่มธุรกิจทางการเงินและบริษัทในเครือกรุงศรี
  • พันธมิตรทางธุรกิจ: บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบริษัทที่บริษัทฯ ได้ร่วมมือเพื่อเสนอหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับลูกค้าหรือผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต ตัวอย่างเช่น บริษัทประกันภัย ผู้ให้บริการการชำระเงิน ผู้ให้บริการการวิเคราะห์ ตัวแทนการทำงานวิจัย ตัวแทนผู้ให้บริการการจัดผลสำรวจ ตัวแทนผู้ให้บริการด้านการตลาด สื่อโฆษณา และการสื่อสาร ตัวแทนการตลาดและบริการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
  • ผู้ให้บริการ: บริษัทฯ ใช้บริษัทอื่นเพื่อให้บริการในนามของบริษัทฯ และเพื่อสนับสนุนบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อผู้ให้บริการเหล่านี้ หรือบริษัทดังกล่าวอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในนามของบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการที่เก็บข้อมูล ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์และผู้พัฒนาเว็บไซต์ ผู้ให้บริการการบริหารความเสี่ยง ผู้ให้บริการให้ข้อมูล ผู้ให้บริการโปรแกรมสนทนาอัตโนมัติ ตอบคำถามผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ผู้ให้บริการคอลเซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการจัดส่งข้อความ (SMS) ผู้ให้บริการเครือข่ายแพลตฟอร์มที่ใช้สนับสนุน ผู้ให้บริการด้านการจัดการทั่วไป ผู้ให้บริการด้านการติดตามทวงถามหนี้และติดตามหนี้สิน ที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และการขนส่ง ผู้สื่อข่าวและประชาสัมพันธ์
  • บุคคลที่สามอื่น ๆ: บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในนามของท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านได้รับจากบริษัทฯ รวมถึงนายหน้า ตัวแทน และผู้แทนจำหน่ายที่ได้ส่งใบคำขอสินเชื่อของท่านแก่บริษัทฯ ตัวกลางผู้ให้บริการจัดการการชำระเงินของท่าน และผู้ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรของบริษัทฯ ผู้ค้ำประกัน ผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ผู้จัดหาเงินทุนในกรณีของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และเพื่อประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ของบริษัทฯ ตัวแทนการติดตามทวงถามหนี้และการยึดทรัพย์สิน
  • บุคคลที่สามที่ท่านอนุญาตหรือมีคำขอให้เราเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน: บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความยินยอมของท่านหรือตามคำขอของท่าน
  • เครดิตบูโร: บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ รวมถึงบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อรายงานหรือตรวจสอบเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินของท่าน และเพื่อจุดประสงค์ตามกฎหมายอื่น ๆ
  • ผู้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้ซื้อ (รวมถึงตัวแทนและที่ปรึกษา): ในกรณีที่บริษัทฯ ตั้งใจจะขายส่วนหนึ่งส่วนใดของธุรกิจของบริษัทฯ หรือทรัพย์สินของบริษัทฯ หรือถ้าบุคคลที่สามได้มาซึ่งสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ในกรณีนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่บริษัทฯ ขาย โดยบริษัทฯ จะแจ้งผู้ซื้อว่าจะต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่อธิบายไว้ในนโยบายนี้เท่านั้น
  • หน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เราเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือตามความจำเป็น: บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ศาล หน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลที่สามอื่น ๆ ตามกฎหมายและวัตถุประสงค์ตามที่จำเป็น เช่น:
    • เพื่อตอบสนองต่อคำขอจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือเพื่อตอบสนองต่อหมาย หมายศาล การตรวจสอบของรัฐบาลหรือการสอบสวน การขอบังคับใช้กฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ คำสั่งทางกฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายอื่น ๆ
    • เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่น ๆ เช่น บังคับใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ การใช้ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือกรณีที่บริษัทฯ พิจารณาแล้วว่าการเปิดเผยข้อมูลนั้นเป็นสิ่งจำเป็นหรือเหมาะสมเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทฯ สิทธิในการปกป้องความปลอดภัยในชีวิตของบุคคลที่สามหรือบุคคลอื่น ๆ ความปลอดภัยในทรัพย์สินส่วนบุคคล หรือเพื่อตรวจจับ ป้องกันหรือจัดการกับการฉ้อโกง
5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บังคับใช้ในประเทศไทย และอาจถูกโอนไปยังประเทศอื่นนอกประเทศไทย บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังแพลตฟอร์มคลาวด์ หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศเพื่อสนับสนุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไปยังบุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนเครดิตและการวิเคราะห์ความเสี่ยง ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางรายอาจอยู่ในประเทศอื่นที่อาจไม่ได้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะจัดให้มีการคุ้มครองที่เหมาะสมตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอโดยไม่คำนึงถึงประเทศที่โอนข้อมูลไป
6. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่มีการเก็บรวบรวม และเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ ตามรายละเอียดในนโยบายฉบับนี้และตามกฎหมายที่บังคับใช้ โดยบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์ หรือ การติดต่อครั้งสุดท้ายกับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลาดังกล่าวตามที่จำเป็น และ/หรือเท่าที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
7. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทฯ อาจแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว ตามการเปลี่ยนแปลงของแนวทางการปฏิบัติหรือนโยบายการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ จากเหตุผลต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย ฯลฯ การแก้ไขหรือการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทฯ ประกาศบนเว็บไซต์ บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ หรือขอความยินยอมจากท่านอีกครั้ง หากมีการปรับปรุงที่สำคัญสำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หรือหากบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย
8. ลิงค์ไปยังเว็บไซต์บุคคลที่สามอื่น ๆ
สำหรับผู้ใช้บริการเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม แอพพลิเคชั่น และผู้รับบริการอื่น ๆ ของบริษัทฯ อาจมีลิงค์ไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ดำเนินการและควบคุมโดยบุคคลที่สาม ถึงแม้ว่าบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงไปยังเฉพาะเว็บไซต์ที่มีมาตรฐานการป้องกันที่สูงและเคารพในความเป็นส่วนตัวของท่าน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหาหรือแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์อื่น เว้นแต่จะระบุไว้ ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่ท่านให้กับเว็บไซต์ของบุคคลที่สามดังกล่าวจะถูกรวบรวมโดยบุคคลนั้นและไม่ใช่โดยบริษัทฯ และจะอยู่ภายใต้ประกาศ/นโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่สามนั้น (ถ้ามี) นอกเหนือจากนโยบายฉบับนี้ ในกรณีนี้ บริษัทฯ จะไม่สามารถควบคุมและจะไม่รับผิดชอบการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้แก่บุคคลที่สามนั้น
9. การติดต่อและสอบถาม
ถ้าท่านมีคำถาม ความคิดเห็น หรือข้อกังวลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ กรุณาติดต่อบริษัทฯ ตามรายละเอียดด้านล่าง บริษัทฯ จะดำเนินการตอบท่าน และให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวแก่ท่าน
ติดต่อเรา:
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 482 อาคารอารีย์ ฮิลล์ ชั้น 9-15 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
Call Center โทร. 088-088-0880

ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารข้อมูลส่วนบุคคล อีเมล์: [email protected]
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้มาติดต่อและพันธมิตรทางธุรกิจหรือคู่ค้า คลิกที่นี่
ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้มาติดต่อ/พันธมิตรทางธุรกิจหรือคู่ค้า
มีผลใช้บังคับเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2563
ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจฉบับนี้ ("ประกาศ") ออกโดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด ("บริษัท")
ก. การใช้บังคับ
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลภายนอกที่บริษัทมีปฏิสัมพันธ์ด้วย และเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทต้องบริหารจัดการในการประกอบธุรกิจของบริษัท ได้แก่ (1) พันธมิตรในการประกอบธุรกิจหรือคู่ค้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา (2) ผู้ค้า ซัพพลายเออร์ หรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา (3) บุคคลผู้มาติดต่อ รวมทั้ง (4) บุคคลผู้มีอำนาจดำเนินการ ผู้แทน บุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจให้สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือทำธุรกรรมเป็นครั้งคราว ผู้ถือหุ้น ตัวแทน ลูกจ้าง บุคลากร และบุคคลอื่นใดที่มีฐานะอย่างเดียวกัน (รวมเรียกว่า “ผู้แทน”) ของ (ก) พันธมิตรในการประกอบธุรกิจหรือคู่ค้า (ข) ผู้ค้า ซัพพลายเออร์ หรือผู้ให้บริการ (รวมเรียกว่า “พันธมิตรทางธุรกิจ”) ทั้งนี้ บุคคลธรรมดา / บุคคลทุกรายตามที่ได้กล่าวถึงข้างต้นนั้นให้เรียกรวมกันว่า “คุณ
ข. การเปลี่ยนแปลงประกาศ
บริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงประกาศฉบับนี้ให้เป็นปัจจุบันเป็นครั้งคราว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติหรือนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคล หรือเมื่อกฎหมายที่ใช้บังคับมีการเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทจะแจ้งให้คุณทราบเพื่อให้คุณได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทขอให้คุณศึกษาประกาศฉบับนี้โดยละเอียดและหมั่นตรวจสอบข้อมูลว่าบริษัทดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างใดบ้างเกี่ยวกับประกาศฉบับนี้
ค. การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
ประกาศฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายว่า บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างไร เพื่อให้คุณทราบถึงสิทธิและทางเลือกต่างๆ ที่คุณมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของข้อมูล ตลอดจนวิธีการติดต่อบริษัทในกรณีที่คุณมีข้อสงสัย
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
1.1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลของคุณตามที่ระบุไว้ต่อไปนี้ ซึ่งระบุตัวบุคคลหรือสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ หากสามารถรวมข้อมูลอื่นใดเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ หรือหากมีการใช้ข้อมูลอื่นใดเพื่อจัดทำข้อมูลประวัติบุคคล บริษัทจะถือว่าข้อมูลอื่นใดเช่นว่านั้นและข้อมูลที่ได้นำมารวมกันนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ทั้งจากคุณเองโดยตรง หรือโดยอ้อมจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ หรือผ่านทางบริษัทในเครือตลอดจนบริษัทอื่นใด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริบทของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบริษัท
(1) ในกรณีที่คุณเป็นบุคคลธรรมดา
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดและตัวอย่าง
รายละเอียดชื่อและชื่ออักษรย่อ ข้อมูลที่ระบุชื่อเรียก ชื่อที่ใช้กล่าวเรียกหรือกล่าวถึงคุณ เช่น คำนำหน้า ชื่อตัว / อักษรย่อจากชื่อตัว ชื่อกลาง / อักษรย่อจากชื่อกลาง นามสกุล นามสกุลของหญิงก่อนสมรส นามสกุลก่อนสมรสของมารดา นามแฝง หรือชื่อที่เคยใช้ รวมทั้งลายมือชื่อ
รายละเอียดเกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคล รายละเอียดเกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคลของคุณ เช่น อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก สถานภาพการสมรส สัญชาติ ประเทศที่เกิด ความเป็นพลเมืองและสถานภาพ ภาพถ่าย รายละเอียดเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมยามว่างและความสนใจ ทักษะในการใช้ภาษา จำนวนบุตร
ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อ รายละเอียดในการติดต่อของคุณ เช่น ที่อยู่ทางไปรษณีย์ของบ้าน ที่อยู่ในการจัดส่ง หมายเลขโทรศัพท์และโทรสารที่บ้าน อีเมลส่วนตัว หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัว โพรไฟล์หรือชื่อผู้ใช้งาน (Handle) ที่ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ทำการ หมายเลขโทรศัพท์และโทรสารที่ทำงาน อีเมลที่ทำงาน หมายเลขเซลลูลาร์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการติดต่องาน
รายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างงาน รายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างงาน สถานภาพการจ้างงาน และประวัติการจ้างงานของคุณ ได้แก่ อาชีพ / ยศ หมายเลขทะเบียนนายจ้าง รหัสงาน สถานภาพใบอนุญาตทำงาน / รายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาตทำงาน รายละเอียดเกี่ยวกับการมอบอำนาจ ข้อมูลตรวจสอบบุคคลอ้างอิงและประวัติความเป็นมา (ไม่นับรวมประวัติอาชญากรรม) หมายเลขบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตขององค์กร ผลการตรวจสอบหาสารเสพติด หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อเรียกร้องประกันภัยเงินทดแทนแรงงาน ประวัติการจ้างงาน (รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือน การเข้างาน และผลประโยชน์ต่างๆ) วันที่ว่าจ้างให้ทำงาน การบอกเลิกจ้าง ทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองในการจ้างงาน การประเมินต่างๆ (การประเมินผลการทำงาน และความเป็นไปได้) รวมทั้งการใช้การประเมินทางเทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยีต่างๆ (เช่น อินเทอร์เน็ต อีเมล)
ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและการทำงานของคุณ เช่น วุฒิการศึกษาและการเข้าศึกษา ใบอนุญาต สมาชิกภาพกับองค์กรวิชาชีพ ผลการศึกษา
ข้อมูลในการระบุตัวตนที่ทางราชการออกให้ หมายเลขหรือรหัสที่เจ้าหน้าที่รัฐออกให้แก่คุณเพื่อใช้ในการระบุตัวตนของคุณ เช่น หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ หมายเลขใบอนุญาตขับรถ หมายเลขใบอนุญาตการประกอบการ หมายเลขสำหรับใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ หมายเลขสำหรับแผนสุขภาพที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แผนการจัดสรรอาหาร หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขทะเบียนคนต่างด้าว และหมายเลขประจำตัวผู้ประกันสังคม
ข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรม ข้อมูลทางการเงิน สถานภาพ และประวัติทางการเงินของคุณ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติ หมายเลขบัญชีที่ใช้กับสถาบันการเงิน ประวัติการทำธุรกรรมทางการเงิน ประวัติสินเชื่อ รายละเอียดเกี่ยวกับธนาคารที่ใช้ การลงทุน เงินฝาก ประวัติการเรียกร้องสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย รายได้ / เงินเดือน / ค่าธรรมเนียมการให้บริการ / เงินชดเชยอื่นๆ การหักเงินเดือนลูกจ้างตามข้อกำหนดของกฎหมาย การหักเงินเดือนลูกจ้างตามความสมัครใจ การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน (เช่น ผลประโยชน์ การให้ความช่วยเหลือ การให้เปล่า การให้เงินสนับสนุน) ประวัติการซื้อของคุณ (เช่น ผลิตภัณฑ์ เงินค่าเช่า ผลประโยชน์ตอบแทน) ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ของครัวเรือน
รายละเอียดอื่นใดที่คุณให้แก่บริษัท ข้อมูลที่ได้ให้ไว้เป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มสร้างความสัมพันธ์ใหม่หรือเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันกับคุณ ในการที่คุณให้บริการแก่บริษัทหรือที่บริษัทให้บริการแก่คุณ
(2) ในกรณีที่คุณเป็นผู้แทนของพันธมิตรทางธุรกิจ
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดและตัวอย่าง
ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน รายละเอียดส่วนตัวเกี่ยวกับคุณ ได้แก่ ชื่อตัว ชื่อกลาง นามสกุล อายุ ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน หมายเลขประจำตัวที่ทางราชการออกให้ (เช่น หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขใบอนุญาตขับรถ หมายเลขใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขทะเบียนคนต่างด้าว หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หมายเลขประจำตัวผู้ประกันสังคม) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงาน (เช่น ตำแหน่ง หน้าที่การงาน อาชีพ ชื่อตำแหน่ง บริษัทที่ทำงาน หรือที่คุณได้รับการว่าจ้าง หรือที่คุณถือหุ้น) สัญชาติ ลายมือชื่อ
ข้อมูลในการติดต่อ ข้อมูลในการติดต่อ ได้แก่ ข้อมูลรายละเอียดการติดต่อของบุคคล (เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล หมายเลขประจำตัวบัญชีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่อยู่ที่บ้าน)
ข้อมูลอื่นๆ ข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและนิติบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องที่คุณทำงานให้ เช่น เอกสารที่ปรากฏข้อมูลส่วนบุคคลของคุณซึ่งได้แนบท้ายสัญญาที่เข้าทำกับบริษัท
หากคุณไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแก่บริษัท บริษัทอาจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทุกประการที่บริษัทมีต่อคุณได้หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทได้
 
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนของคุณ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา ข้อมูลประวัติอาชญากรรม และข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า) ทั้งนี้ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในส่วนที่ 2.3
ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น
หากคุณให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัทหรือผู้ให้บริการของบริษัท เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกในคณะกรรมการบริษัทของคุณ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างหรือบุคคลผู้ติดต่อ หรือคุณขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้ให้แก่บุคคลดังกล่าวนั้นทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลภายนอกนั้น (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) นอกจากนี้ คุณยังมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ด้วย
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ บุคคลไร้ความสามารถ และบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลไร้ความสามารถเฉพาะเมื่อผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ให้ความยินยอมแล้วเท่านั้น หรือในกรณีที่บริษัทสามารถอ้างฐานทางกฎหมายประการอื่นได้ตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม บริษัทจะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถและคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์และผู้อนุบาล ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัททราบในภายหลังว่า บริษัทได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลใดที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถและคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์และผู้อนุบาล โดยที่บริษัทไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว บริษัทจะลบข้อมูลดังกล่าวนั้นทันที หรือจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลดังกล่าวเฉพาะในกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่นนอกจากความยินยอมได้
คุกกี้
บริษัทอาจใช้และเก็บคุกกี้และระบบอื่นในอุปกรณ์ของคุณซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการด้านความปลอดภัยในการให้การบริการของบริษัท และเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้การบริการของบริษัทโดยทั่วไป ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากการใช้คุกกี้นั้นจะไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลที่อาจระบุตัวบุคคล (เช่น ชื่อหรือที่อยู่อีเมลของคุณ) อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อมโยงกับคุกกี้หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับการใช้บริการของคุณ บริษัทจะถือว่าคุกกี้ดังกล่าวและข้อมูลที่รวมเข้าด้วยกันนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
1.2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่
(1) ช่องทางการประกอบธุรกิจของบริษัท บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณผ่านช่องทางการประกอบธุรกิจระหว่างคุณและบริษัท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออฟไลน์หรือออนไลน์ ณ ที่ทำการของบริษัท หรือเป็นการประกอบธุรกิจด้วยระบบทางไกล (เช่นทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ อีเมล หรือไปรษณีย์)
(2) ช่องทางอื่น นอกจากนี้ บริษัทยังอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณผ่านช่องทางอื่น เช่น ผ่านผู้ให้บริการที่บริษัทว่าจ้างให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในนามบริษัท บริษัทในเครือ ฐานข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลของภาครัฐ (เช่น หน่วยงานภาครัฐที่มีฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ของบุคคล) ผู้แทนของคุณ หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับมอบอำนาจจากคุณและจากบุคคลอื่นใดเพื่อให้กระทำการแทนคุณ
2. ฐานทางกฎหมายและเหตุในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
2.1. ฐานทางกฎหมาย
บริษัทจะพิจารณากำหนดฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้เป็นหลัก ได้แก่
ฐานทางกฎหมาย รายละเอียด
เพื่อปฏิบัติตามสัญญา เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการอันจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่เกิดจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคุณ
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทตามกฎหมายได้ (เช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจสอบและข้อกำหนดของกฎหมาย)
เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลอื่น (เช่น การประเมินความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ)
เป็นการจำเป็นต่อชีวิต เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
ความยินยอมของคุณ เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทต้องได้รับความยินยอม
2.2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณซึ่งได้เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการขึ้นอยู่กับการที่คุณมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่ได้ระบุไว้ต่อไปนี้ เป็นเพียงกรอบกำกับสำหรับวิธีปฏิบัติของบริษัทในการใช้ข้อมูล และเพียงวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับคุณเท่านั้นที่จะมีผลกับการใช้ข้อมูลของคุณ
วัตถุประสงค์ รายละเอียด
การปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาที่มีกับคุณ การปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดจากการความสัมพันธ์ตามสัญญากับคุณหรือบริษัทที่คุณทำงาน ได้รับการว่าจ้าง หรือถือหุ้นอยู่ รวมทั้งเตรียมการเข้าผูกพันกันตามสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรมต่างๆ การชำระเงิน การเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ การทำบัญชี ตรวจสอบ เรียกเก็บเงินและติดตามหนี้ การให้บริการด้านการสนับสนุนและการปฏิบัติหน้าที่ทางธุรกิจอื่นใด การให้การสนับสนุนเมื่อมีประเด็นปัญหา และการเลิกสัญญากับคุณ
การพิสูจน์ตัวตน การตรวจสอบประวัติความเป็นมาและตรวจสอบตัวตน
การติดต่อสื่อสาร การติดต่อสื่อสารกับคุณหรือกับบริษัทที่คุณทำงาน ได้รับการว่าจ้าง หรือถือหุ้นอยู่ในเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ การดำเนินงาน การทำการตลาด หรือการให้การสนับสนุนทางธุรกิจของบริษัท ตลอดจนเพื่อตอบข้อซักถาม หรือคำร้องขอผลิตภัณฑ์หรือบริการ
การตรวจหาและการป้องกันการทุจริตฉ้อฉล การหาความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริตฉ้อฉล การทำธุรกรรมที่มีลักษณะเป็นการทุจริตฉ้อฉล และกิจกรรมต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นการทุจริตฉ้อฉล รวมทั้งความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัย
การวิเคราะห์ข้อมูลและการบำรุงรักษา การศึกษาทบทวนผลการดำเนินงานและดำเนินการเกี่ยวกับการบำรุงรักษาข้อมูล
การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
การโฆษณา การทำการตลาด การแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับข้อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการพิเศษให้คุณทราบทางไปรษณีย์ อีเมล หรือข้อความทางโทรศัพท์ การแสดงโฆษณาออนไลน์ การกำหนดเป้าหมายในการทำข้อเสนอหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย การสำรวจตลาด และการประเมิน หรือปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำการตลาดของบริษัท
การปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ทางกฎหมายและทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ การต่อสู้คดีแพ่ง คดีอาญา หรือการฟ้องร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การดำเนินการเมื่อมีหมายเรียกพยาน หรือการสืบสวน การใช้สิทธิของบริษัทเมื่อมีข้อเรียกร้องตามกฎหมาย (รวมทั้งการติดตามหนี้และการเรียกคืนเงินสำหรับบัญชีที่เกินกำหนดชำระ) การแก้ไขข้อร้องเรียนและยุติข้อพิพาท การตรวจสอบ การศึกษาทบทวนเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการและการประกันภัย การวิเคราะห์ความเสี่ยงเครดิต การรายงานผลเกี่ยวกับสินเชื่อ การรายงานตามข้อกำหนดของกฎหมาย การควบคุมความเสี่ยงของสถาบัน การปรับปรุงข้อมูลของลูกค้าของบริษัทให้เป็นปัจจุบัน การเก็บบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ การดำเนินการอย่างอื่นใดเพื่อประกอบธุรกิจ บริหารจัดการและรักษาธุรกิจของบริษัท
2.3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนเฉพาะเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากคุณเท่านั้น หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตลอดจนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือในกรณีอื่นใดที่กฎหมายกำหนดไว้ ในกรณีที่บริษัทต้องได้รับความยินยอมจากคุณ บริษัทจะขอความยินยอมจากคุณโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน วัตถุประสงค์
ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา โดยทั่วไป การเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับคุณนั้น บริษัทจะไม่ขอข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาจากคุณ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ บริษัทอาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาจากคุณ (เมื่อบริษัทสแกนบัตรประจำตัวประชาชนของคุณเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการทำสัญญา) โดยเป็นกรณีที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ (เช่น เพื่อตรวจสอบตัวตนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท) ในกรณีเช่นว่านี้ บริษัทจะรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาของคุณตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ทั้งนี้ โดยอาศัยฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม
ข้อมูลประวัติอาชญากรรม การเก็บรวบรวมและใช้บันทึกประวัติอาชญากรรมของคุณเพื่อค้นหาและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและกระทำการทุจริต รวมทั้งดำเนินคดีเมื่อมีเหตุดังกล่าว
ข้อมูลชีวภาพ เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับรองความถูกต้องและการยืนยันตัวตน และการดำเนินการของกระบวนการตรวจสอบตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
3. บุคคลที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ที่คุณมีกับบริษัท ตลอดจนลักษณะการประกอบธุรกิจกับบริษัท
ประเภทผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์
บริษัทในเครือ บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้บริษัทอื่นๆ ในกลุ่มกรุงศรี รวมถึงบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงิน และบริษัทในเครือของบริษัท และให้หมายรวมถึง ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (MUFG Bank, Ltd.) และบริษัทในกลุ่มของ MUFG ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร
ผู้ให้บริการ บริษัทอาจว่าจ้างบริษัทอื่นให้เป็นผู้ให้บริการแทนบริษัทและสนับสนุนการประกอบธุรกิจของบริษัท บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ผู้ให้บริการเหล่านี้ หรือผู้ให้บริการดังกล่าวอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในนามบริษัทเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ทางธุรกิจต่างๆ เช่น บริษัทใช้ ผู้พัฒนาซอฟท์แวร์และเว็บไซต์ ตลอดจนผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการด้านการจัดส่ง/นำส่งพัสดุ
ที่ปรึกษาวิชาชีพ บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ที่ปรึกษาวิชาชีพด้านการตรวจสอบ กฎหมาย บัญชี และการบริการทางภาษี ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการประกอบธุรกิจของบริษัท และช่วยบริษัทในการต่อสู้คดี หรือฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เริ่มและบริหารจัดการการขายทอดตลาด หรือดำเนินการอื่นใดทางกฎหมาย
บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมขององค์กร บริษัทอาจต้องเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน ผู้ถือหุ้นที่มีนัยสำคัญ ผู้รับโอนสิทธิ บุคคลผู้ที่จะได้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือบุคคลผู้ที่จะเป็นผู้รับโอนหากว่ามีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือมีการปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การได้มาซึ่งกิจการ การจำหน่าย การซื้อ การร่วมทุน การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีการโอน หรือจำหน่ายไปซึ่งธุรกิจ สินทรัพย์ หรือหุ้นของบริษัทไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด
หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่นที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ที่สำคัญอื่นใด บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล (เช่น กรมสรรพากร หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลและศาล) และหน่วยงานอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านกฎหมาย การกำกับดูแลและวัตถุประสงค์ที่สำคัญอื่นใด อีกทั้งยังอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลหรือหน่วยงานภาครัฐร้องขอเพื่อบังคับตามกฎหมาย การปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมาย การตรวจสอบ หรือกระบวนการทางกฎหมาย / การฟ้องร้อง
4. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ (หากมี)
บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้กับบริษัทในเครือ บุคคลภายนอก หรือเครื่องแม่ข่าย (Server) ที่อยู่ในต่างประเทศ (เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และ สหราชอาณาจักร) ทั้งนี้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณบางรายอยู่ในประเทศอื่น ซึ่งคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติยังมิได้ประกาศกำหนดว่าเป็นประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
เมื่อมีความจำเป็นที่บริษัทต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังประเทศซึ่งมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เทียบเท่ากับประเทศไทย บริษัทจะดำเนินการเพื่อให้มีมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้โอนไป หรือเพื่อให้การโอนนั้นสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ เช่น บริษัทอาจขอให้บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้โอนไปนั้นตกลงกับบริษัทเพื่อให้คำรับรองว่า ข้อมูลนั้นจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับข้อกำหนดในประเทศไทย
5. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เป็นไปตามรายละเอียดในประกาศและตามกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยบริษัทอาจจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์ หรือ การติดต่อครั้งสุดท้ายกับบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้นานกว่าระยะเวลาดังกล่าวเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ ตลอดจนนโยบายภายในของบริษัท หรือเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านการปฏิบัติงานของบริษัท เช่น ข้อกำหนดเรื่องเก็บข้อมูลทางบัญชีที่เหมาะสม การอำนวยความสะดวกในด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า และเพื่อดำเนินการตามข้อเรียกร้องทางกฎหมายหรือกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลร้องขอ
6. ติดต่อบริษัท หากคุณมีข้อสงสัย ต้องการเสนอแนะ หรือข้อกังวลใด ๆ
เกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่อบริษัทหรือสำนักบริหารข้อมูลส่วนบุคคล ได้ตามที่อยู่ที่ปรากฏด้านล่างนี้ โดยบริษัทยินดีที่จะช่วยเหลือและให้ข้อมูลท่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่อบริษัทได้ที่
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 482 อาคารอารีย์ ฮิลล์ ชั้น 9-15 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 Call Center: 088-088-0880

ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารข้อมูลส่วนบุคคล อีเมล์: [email protected]