หน้าแรก > เงินติดล้อสตอรี่ > ดิจิทัล > เบื้องหลังความสำเร็จของแคมเปญออนไลน์ “ไก่กันชน” ของเงินติดล้อ ที่ Facebook เลือกให้เป็น Success Stor

เบื้องหลังความสำเร็จของแคมเปญออนไลน์ “ไก่กันชน” ของเงินติดล้อ ที่ Facebook เลือกให้เป็น Success Story

เบื้องหลังความสำเร็จของแคมเปญออนไลน์ “ไก่กันชน” ของเงินติดล้อ ที่ Facebook เลือกให้เป็น Success Story
       เงินติดล้อ ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดประกันวินาศภัย ในปี 2556 ด้วยความตั้งใจเริ่มแรกที่ต้องการสร้างการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกัน ให้แก่กลุ่มลูกค้าหลักของเงินติดล้อ ที่เมื่อก่อนอาจจะไม่ได้เห็นความสำคัญของประกันภัย หรือแม้กระทั่ง รู้ว่ามีประโยชน์แต่เลือกที่จะไม่ซื้อประกัน เพราะเข้าไม่ถึง จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยผ่านเงินติดล้อโบรกเกอร์ กับฟีเจอร์ที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรกในตลาด ผ่อนประกัน 0% 6 งวด ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

       ด้วยความที่แบรนด์เงินติดล้อเองนั้นมีความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักในการเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ เมื่อก้าวเข้าสู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัย จึงเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อย ในการสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภค การสื่อสารด้วยสไตล์ของเงินติดล้อ ผ่านโฆษณาแบบฮาๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้น

       ในปี 2560 เงินติดล้อออกโฆษณาทางโทรทัศน์ชุด “ระแวง” ที่หยิบเอาอินไซด์ของคนที่ไม่ได้ทำประกันรถ ก็จะระแวงไปหมดทุกอย่าง มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนักให้คนเห็นความสำคัญของการซื้อประกันรถยนต์ สื่อสารตรงประเด็น สั้น กระชับ เข้าใจง่าย และขายของอย่างตรงไปตรงมา



       และในปีถัดมา ทีมดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ก็ได้หยิบเอาแนวคิดจากหนังโฆษณา มาต่อยอดด้วยการทำออนไลน์แคมเปญ “บนถนมันเถื่อน” ตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้าง Brand Awareness ผ่าน Digital Platform ทุกช่องทางของเงินติดล้อ โดยมีลูกเล่นในการเล่าเรื่องใหม่ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าออนไลน์มากขึ้น เพื่อตอกย้ำ Insight ของคนที่ยังไม่กล้าซื้อประกันรถยนต์ เพราะกลัวต้องจ่ายค่าเบี้ยเป็นเงินก้อนงวดเดียว เลยต้องเอาไก่กันชน หมอนข้าง หรือ นวมมาติดรอบรถ เพื่อกันชนแทนการซื้อประกันรถยนต์ จนทำให้ “ไก่กันชน” เป็นตัวแทนของไอเดียสุดปังที่สื่อใจความของแคมเปญนี้ได้ทันทีที่เห็น และสร้าง Brand Awareness ให้ลูกค้าเงินติดล้อไม่ต้องกลัวการซื้อประกันรถยนต์อีกต่อไป เพราะไม่ต้องแบกภาระจ่ายหนักงวดเดียว แต่สามารถ “ผ่อนสด” ทุกเดือนได้สบาย

       คุณหน่อย อาภา – Head of Digital Marketing & CRM และทีมงาน เล่าให้ฟังว่า “แคมเปญไก่กันชน เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 โดยทางทีม Digital Marketing ของเรามารับช่วงต่อ ซึ่งจากเดิมเป็นลักษณะของ TVC ที่เจาะกลุ่มแมสมากและมีกลิ่นอายคล้ายๆ สินเชื่อ พอเรามาทำเลยคุยกันในทีมว่า หากจะต่อยอดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เราก็น่าจะทำด้วย Material และ Content ที่ต่างออกไป เพื่อเข้าถึง Insight อีกแบบนึง โดยเอเจนซี่ได้เสนอข้อมูลที่ว่า คนไม่ค่อยทำประกันรถยนต์ เพราะรู้สึกว่าต้องจ่ายแพง และจ่ายเงินเป็นก้อน แต่ของเราเป็นแบบผ่อนจ่ายที่คุ้มครองทันที ซึ่งทำให้รู้สึกว่ามันมี Value และสามารถจ่ายได้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า เราเลยมาคุยกันต่อว่า เมื่อเราสามารถสร้าง Awareness ได้แล้ว เราจะสร้าง Conversion ได้อย่างไรบ้าง”



       เริ่มจากการปรับ Material ซึ่งก็คือตัวหนังโฆษณาให้สั้น กระชับ และใส่คีย์เวิร์ดของตัวสินค้าให้เห็นชัด และทดลองเรื่องข้อความการสื่อสาร (Message) จากเดิมในภาพยนตร์โฆษณา สื่อสารด้วยคำว่า “แบ่งจ่าย 0%” ซึ่งแม้คนกลุ่มใหญ่จะเข้าใจความหมายของคำนี้ดี แต่เมื่อทีมงานหาข้อมูล ก็พบว่าบนโลกออนไลน์ มีการค้นหาคำว่า ‘ผ่อน’ ในสัดส่วนที่เยอะกว่า เลยมีการทดลองยิง Ads ด้วยคำว่า “ผ่อนสด” และ “แบ่งจ่าย” กับกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือคำว่า “ผ่อนสด” ทำให้เกิด Conversion มากกว่า จึงทำให้ทีมเปลี่ยนมาใช้คำนี้ในการทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์
 
“เราได้ลองใช้ In-Stream Video Ads บน Facebook เทียบกับการทำ Conversion
แบบเดิม ซึ่งจากการทดลองนี้ก็พบว่า การทำ In-Stream Video Ads นั้นช่วยทั้งการสร้าง
Awareness และเพิ่ม Conversion ได้ดี โดยมี Conversion Rate เพิ่มขึ้นถึง 4.5%”  

       นอกจาก Conversion Rate ที่เพิ่มขึ้น ความสำเร็จของแคมเปญไก่กันชนยังได้ขยายฐานลูกค้าใหม่ที่สนใจซื้อประกันรถยนต์กับเงินติดล้อมากขึ้นอีกด้วย จากเดิมที่มีแค่เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์หรือรถญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฐานลูกค้าสินเชื่อเดิม แต่ปัจจุบัน เจ้าของรถยุโรปราคา 7 หลักก็หันมาซื้อประกันรถยนต์กับเงินติดล้อมากขึ้น ดังนั้น การเลือกซื้อประกันรถยนต์แบบผ่อนสด 0% จึงไม่ได้มีความหมายจำกัดแค่การแก้ปัญหาความเดือดร้อนทางการเงินอีกต่อไป แต่ยังเป็นอีกช่องทางสำหรับคนที่บริหารเงินเป็นอีกด้วย

       “ต้องขอบคุณผู้บริหารที่ให้โอกาสเราได้ลองอะไรใหม่ ๆ แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ ทั้งในแง่ผลลัพธ์ทางการตลาด และการได้รับเลือกจาก Facebook for Business ให้เป็น Success Story” คุณหน่อยและทีมกล่าวปิดท้าย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Facebook for Business – Success Story คลิก

สตอรี่อื่นๆ