หน้าแรก > เงินติดล้อสตอรี่ > วัฒนธรรมองค์กร > เมื่อคนพร้อม ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

เมื่อคนพร้อม ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

เมื่อคนพร้อม ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
การเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลของแต่ละองค์กร หลายคนอาจคิดว่าต้องมีการใช้เครื่องมือใหม่ๆ หรือมีการซื้อนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการทำงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเรียนรู้ที่จะพัฒนาทักษะแบบไม่หยุดนิ่งของทุกคนในองค์การต่างหากที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย

“เราไม่ได้ลงทุนทางเทคโนโลยีด้วยการซื้อระบบอะไรเข้ามาใหม่ เรายังคงใช้ระบบแบบเดิม แต่เพิ่มเติมคือ วิธีการและความสามารถของทีมงาน” คุณเด็ด - ฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ได้พูดถึงการทำงานขององค์กรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี โดยในมุมมองของคุณเด็ด สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้องค์กรไปถึงเป้าหมายนั้นได้จริงก็คือ “คน” นั่นเอง
 

การทำงานแบบ BAU vs. BTF


“การทำงานในปัจจุบัน เราแยกเป็น 2 ส่วนที่ทำคู่ขนานกันไป คือ การทำงานแบบ BAU หรือ Business As Usual เป็นการทำงานตามปกติที่โฟกัสปัจจุบัน และงานสร้างอนาคตที่เราเรียกว่า BTF หรือ Build the Future ซึ่งในอนาคตเมื่อเราเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทุกส่วนจะต้องมีการปรับเอาเรื่องดิจิทัลเข้าไปใช้ในการทำงาน เพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น ฉะนั้นเราจะต้อง Reskill คนทำงานในส่วน BAU ให้มีมุมมองเรื่องของดิจิทัลให้มากขึ้น” เพราะทักษะแบบเดิมสามารถถูกทดแทนได้ด้วยการเอาเทคโนโลยีมาใช้ ฉะนั้นการ Reskill จึงเป็นการเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้ทีมสามารถทำงานได้สอดคล้องไปกับนวัตกรรม และแนวโน้มการทำงานในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเงินติดล้อมีแผนที่จะพัฒนาโรบอทมาช่วยในการทำงานด้าน Operation บางอย่างที่มีลักษณะแบบทำซ้ำ ในขณะเดียวกันก็ Reskill ให้กับคนที่เคยทำงานส่วนนั้นมาทำในส่วนอื่นๆ ที่เป็นงาน BTF ให้มากขึ้น เพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวพนักงานเองและองค์กรด้วย


 

วิธีการที่เปลี่ยนไป ผลที่ได้ก็เปลี่ยนแปลง


เพราะทักษะที่เพิ่มขึ้นต้องไปพร้อมกับการทำงานที่เปลี่ยนไป จากโลกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ในอดีตที่มีกระบวนแบบ Waterfall ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากออกแบบ ประเมิน พัฒนา ทดสอบ แล้วค่อยเปิดตัวให้ลูกค้าใช้งาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบบางโครงการต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปีกว่าจะเกิดขึ้นจริง พอเทคโนโลยีเปลี่ยนกลายเป็นว่าสิ่งที่พัฒนามาก็เก่าไปเสียแล้ว ซึ่งหากเรายังทำตามแบบเดิมๆ ก็เป็นไปได้ว่าเราอาจจะหลุดวงโคจรในยุคที่ดิจิทัลครองเมือง “ทีมงาน A&D (Analytics and Development) ร่วมกับทีม IT ของเราได้ร่วมกันนำเสนอ วิธีการทำงานแบบทีมเล็ก ๆ เน้นทำเร็ว ทดสอบเร็ว เพื่อสร้างสิ่งใหม่ เป็นกระบวนการพัฒนานวัตกรรมที่นิยมใช้กันมากขึ้น เรียกว่า Agile และ Scrum โดยเราได้นำเอามาใช้กับทีม IT เพื่อพัฒนาซอฟท์แวร์เกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งในทุก 2 อาทิตย์ เราจะได้เห็นของใหม่ ได้ใช้ ได้พัฒนาฟังก์ชั่นต่างๆ ด้วยวิธีการทำงานที่แตกต่าง ทำให้เราสร้างของใหม่ๆ ได้เร็ว รวมถึงได้พัฒนาทักษะความสามารถของคนทำงานไปด้วย”
 

วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างทำให้ก้าวเร็วขึ้น


ที่นี่ เราให้ความสำคัญกับ “การเรียนรู้ตลอดเวลา และกล้าทดลอง” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 ค่านิยมองค์กรของเงินติดล้อ ฉะนั้นไม่ว่าองค์กรเราจะมีพนักงานรุ่นใหม่ หรือ คนที่อยู่มานาน ต่างก็พร้อมที่จะเรียนรู้และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จากการลองผิดลองถูก การได้ออกไปเห็นสิ่งใหม่ รวมถึงการเปิดรับจากคนอื่น ฉะนั้นเมื่อเราเริ่มปรับเข้าสู่โหมดดิจิทัล การเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้กับทีมจึงไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด แต่กลับช่วยให้ทุกคนสามารถมองเห็นจุดหมายปลายทางได้ในทิศทางเดียวกันได้เร็วขึ้น
 
“เพราะเรามีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง การเปิดรับเรื่องใหม่ๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากของคนทำงานที่นี่ เมื่อองค์กรต้องทรานส์ฟอร์มเป็นดิจิทัลทั้งหมด ทุกคนต้องเข้าใจภาพเดียวกันว่าดิจิทัลเข้ามาทำให้การทำงานง่ายขึ้น แล้วให้คนไปทำงานในอนาคตแทน สุดท้ายเมื่องาน BTF กลายเป็น BAU เราก็ต้อง Reskill อีกครั้งเพื่อให้เกิดการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม”

สตอรี่อื่นๆ