หน้าแรก > ข่าวสาร > องค์กร > เงินติดล้อ ชี้ทางรอดธุรกิจ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19

เงินติดล้อ ชี้ทางรอดธุรกิจ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19

เงินติดล้อ ชี้ทางรอดธุรกิจ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19
คุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด กล่าวถึงทางรอดของธุรกิจท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโควิด-19 ภายในงานสัมมนาของสมาคมเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 2563 หัวข้อ “STAYING ALIVE IN COVID WORLD อยู่เป็น อยู่รอด ผ่านโควิดไปด้วยกัน” ว่าทางรอดของธุรกิจท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังคงเกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา เงินติดล้อทำอะไร

สำหรับเงินติดล้อในบทบาทของผู้ให้บริการทางการเงินให้กับผู้กู้รายย่อยประเภท Non-bank นั้น ที่ผ่านมาเงินติดล้อให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้เข้ามาตรการพักชำระหนี้ได้ นอกจากนี้ยังออกแคมเปญพิเศษลดดอกเบี้ยสินเชื่อทะเบียนรถ เหลือ 0.88% ต่อเดือน เป็นอัตราดอกเบี้ยที่คิดแบบคงที่ ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงแบบลดต้นลดดอกจะเท่ากับ 18.95% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อทะเบียนรถราว 6% เพื่อลดต้นทุนภาระทางการเงินให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือผู้มีอาชีพอิสระ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่มีมาตรฐาน เพื่อนำเงินไปใช้แก้ปัญหาหรือฟื้นฟูกิจการของตัวเองได้ โดยแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษดังกล่าวถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563

ปรับตัวทางธุรกิจรับชีวิตวิถีใหม่

กลุ่มผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่ (New normal) เพราะสังคมยุคใหม่มีการรักษาระยะห่างมากขึ้น พฤติกรรมลูกค้าเริ่มเปลี่ยนไป สำหรับเงินติดล้อเองมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเปิดให้ลูกค้าสามารถรับบริการผ่าน Application เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมบางอย่าง หรือค้นหาข้อมูลธุรกรรมของตนเองได้บนมือถือโดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ New normal ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีจากตัวเลขผู้ใช้งานแอปพลิเคชันสูงถึง 100,000 ราย ภายใน 2 เดือนแรก หลังจากเปิดใช้งาน เพราะในช่วงโควิดจำนวนลูกค้าชำระหนี้และซื้อประกันผ่านแอปเยอะขึ้น แสดงให้เห็นว่าเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่ว่าในสถานการณ์ไหน

ภาครัฐต้องช่วยขับเคลื่อน

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ สถาบันการเงินทั้ง Bank และ Non-bank ขนาดใหญ่ อาจกังวลในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้กับประชาชน ส่งผลให้เศรษฐกิจระดับฐานรากหรือผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ขาดสภาพคล่อง สิ่งที่รัฐบาลสามารถเข้ามาช่วยได้คือการขยายงบประมาณให้ความช่วยเหลือ และผ่อนปรนเงื่อนไขประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนสามารถปล่อยสินเชื่อเข้าไปในระบบได้ และช่วยให้ประชาชนหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบน้อยลง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเงินติดล้อให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่ม Under-banked ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เพื่อให้คนเข้าหา Non-bank แทนที่จะไปกู้นอกระบบ เพราะปัจจุบันสินเชื่อจากธนาคารและสินเชื่อประเภทไม่มีหลักประกันอาจมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้นในช่วงโควิด-19 การลดดอกเบี้ยลงทำให้ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่ม Under-banked มีเงินแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจได้ดีขึ้น ไม่ต้องค้างชำระหนี้ เพราะการค้างชำระนี้จะทำให้เกิดผลกระทบวนกลับมาสู่ผู้ให้บริการสินเชื่อเองด้วย เท่ากับว่า “ถ้าลูกค้าอยู่ได้ ผู้ประกอบการก็อยู่ได้” และดีกว่าการต้องไปกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง เอารัดเอาเปรียบ ซึ่งจะกลายเป็นวงจรของการเกิดหนี้แบบไม่จบสิ้น และเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทยต่อไป