ข่าวสาร

26 พฤศจิกายน 2561

Consumer Finance เมื่อ “Speed” กลายเป็น “New Normal”

เราเคยได้ยินคำพูดที่บอกว่า ปลาเล็กกินปลาใหญ่ แต่ต่อไปนี้จะกลายเป็น ปลาเร็วที่กินปลาช้า การเดิมพันกันที่ “ความเร็ว” เป็นหลักในการทำทุกธุรกิจ นั่นเท่ากับว่าต่อจากนี้ไปคำว่า Speed จะเป็น Currency ใหม่ ของการทำธุรกิจโดยเฉพาะโลกของ “การเงิน”!
 
สำหรับ “บริษัทเงินติดล้อ” เริ่มใช้ความเร็วเป็นแกนหลักในการทำธุรกิจตั้งแต่ปี 2010 เพื่อตอบโจทย์อินไซต์ของลูกค้าที่ประสบปัญหาซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินก้อนอย่างเร่งด่วน และได้นำ Message นี้มาใช้ในการสื่อสารเป็นเจ้าแรกในสโลแกน “ของ่ายได้ไว”
 
และครั้งนั้นก็ทำให้คอนซูมเมอร์รู้จักแบรนด์เงินติดล้อเพิ่มขึ้นเป็น 90% จากเดิม 20% และมี Perception ในเรื่องความเร็วในการอนุมัติสินเชื่อเป็นแบรนด์เมื่อเขานึกถึงธุรกิจ Micro Finance
 
คุณภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดิจิทัลและสื่อสารการตลาด ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท  เงินติดล้อ จำกัด กล่าวว่า ความเร็วเป็นปัจจัยแรกของการขอสินเชื่อ Micro Finance ตามมาด้วยบริการ และอัตราดอกเบี้ย เพราะกลุ่มลูกค้าร้อยทั้งร้อยไม่ได้ขอมาเล่นๆ หรือมีเวลา Shop Around มากนัก เพราะไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลักได้ เงินติดล้อจึงวางตัวเป็นตัวกลางระหว่างธนาคาร และหนี้นอกระบบ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินติดล้อต้องชูจุดเด่นในเรื่องความเร็ว ไม่ได้ต้องการไปแข่งกับคู่แข่ง Micro Finance ด้วยกัน แต่เพื่อไปสู้กับหนี้นอกระบบนั่นเอง
 
เมื่อเงินติดล้อเป็นเจ้าแรกที่ออกตัวในเรื่องของความเร็ว แน่นอนว่าย่อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจนี้ จนทำให้คู่แข่งหลายรายทยอยปรับตัวในเรื่องดังกล่าว จนมาถึงปี 2015 เงินติดล้อก็ได้พัฒนาไปอีกขั้นของความเร็ว ด้วยการออกโปรดักต์สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ 10 นาที และสินเชื่อรถเก๋ง กระบะ 1 ชั่วโมง เรียกได้ว่าตั้งแต่ลูกค้าจอดรถเดินเข้ามาที่สาขา ถ้าเอกสารพร้อมก็รับเงินออกไปได้ภายใน 10 นาที ในกรณีมอเตอร์ไซค์ หรือ 1 ชั่วโมงสำหรับรถเก๋ง กระบะ

image_news_consumer_finance_speed.jpg

“ตอนนั้นเป็นช่วงที่ค่ายต่างๆ ปรับตัวเริ่มอนุมัติสินเชื่อเร็วขึ้น เราจึงหาทางที่จะทำยังไงที่จะต้องเร็วกว่านั้นได้อีกเพราะเรารู้สึกว่าอยากให้คนนึกถึง Speed แล้วนึกถึงเงินติดล้อ หรืออีกนัยหนึ่งเป็นทางเลือกไม่ให้ลูกค้าไปอยู่ในวงจรหนี้นอกระบบ”
 
การอนุมัติสินเชื่อได้อย่างรวดเร็วนี้ เบื้องหลังสำคัญอยู่ที่ความพร้อมของ Infrastructure ความเร็วของอินเตอร์เน็ต และการเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น
 
แต่เบื้องหลังที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การ Re-engineering องค์กรด้วยการนำระบบ Agile มาใช้ และปรับโครงสร้างการทำงานเป็น Lean Organization ตั้งแต่ 2 ปีก่อนเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยเร่ง Speed ให้ทีมงานเงินติดล้อสามารถคิดค้นโซลูชั่นให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นโปรดักต์ใหม่ แคมเปญ การปรับอัตราดอกเบี้ย จนไปถึงระบบบริการหน้าสาขา ได้เร็วขึ้นจากเดิมที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ให้กลายเป็น 2 อาทิตย์ !
 
“จุดเริ่มต้นมาจากการที่เราตั้งข้อสงสัยว่าเราจะทำระบบหรือโซลูชั่นอะไรให้ลูกค้าได้เร็วขึ้น จากก่อนหน้านี้เวลาที่เราจะออกอะไรทีจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างต่ำ เราตั้งข้อสังเกตว่าทำไมแบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกจึงสามารถอัพเดทแอพพลิเคชั่นได้ทุกๆ อาทิตย์ เขาทำได้ยังไงเลยไปทำการศึกษาอ่านหนังสือ Agile ตามมาด้วยการส่งพนักงานทั้งกลุ่มไอที และนอนไอทีไปเรียนจนได้ประกาศนียบัตร Agile Coach เมื่อ 2 ปีก่อน”
 
และแผนกที่เงินติดล้อเลือกที่จะปรับมาใช้ Agile ก่อนก็คือ แผนกไอที โดยใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นในการทำให้แผนกไอทีเป็น Fully Agile เพราะถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของธุรกิจ
 
“หลายปีมานี้ เรามีการลงทุนทางด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง เพราะธุรกิจนี้ไอทีหรือ Technology คือกระดูกสันหลังของเราเพราะเป็นกลไกหลักให้เราสามารถทำงานได้เร็วขึ้นเก็บข้อมูลได้ดีมากขึ้น และมีระบบความปลอดภัยทางด้านข้อมูลลูกค้าในอีกมุมหนึ่งทำให้เงินติดล้อสามารถปิดการขายได้เร็วขึ้นเช่นกัน เพราะลูกค้าเข้ามาที่นี่แล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเช็คข้อเสนอที่บริษัทอื่น”
 
คุณภคมน กล่าวว่า ความเร็วในการอนุมัติให้สินเชื่อกำลังจะกลายเป็น New Normal ในไม่ช้านี้ เงินติดล้อจึงพยายามเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าด้วยประสบการณ์ที่ดีของการให้บริการทั้งหมด นอกจากรวดเร็วแล้วยังต้องถูกต้อง และโปร่งใสพร้อมทั้งมอบสิทธิประโยชน์กับลูกค้าให้ได้มากที่สุด เช่น บริการเตือน SMS ทันทีหลังชำระเงินกู้ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้กับลูกค้าสินเชื่อมอเตอร์ไซค์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นต้น
 
อย่างไรก็ดี การแข่งขันเพื่อมอบบริการที่เร็วที่สุดจากธุรกิจต่างๆ ความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่นับวันจะมี Speed เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่านี้พร้อมที่จะสปอยคอนซูเมอร์ให้มีพฤติกรรมอยากได้อะไรทันทีโดยไม่รู้ตัว
 
“อนาคตเราก็ไม่รู้ว่าการให้บริการจะเร็วได้แค่ไหนแต่คิดว่าทุกอย่างจะต้องเร็วขึ้นแน่นอน และมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถให้บริการแบบเรียลไทม์ แต่ต้องขึ้นอยู่กับ Infrastructure ของประเทศที่จะต้องปลดล็อกอะไรบางอย่างโดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ National Digital ID อย่างเป็นทางการ ถ้าเทคโนโลยีพร้อม Infrastructure ของประเทศ     เงินติดล้อก็พร้อมให้บริการแบบเรียลไทม์ได้อยู่แล้ว”

ที่มา : BrandAge Online