หน้าแรก > บทความ > ทัศนคติแบบไหน ที่ทำให้คุณเป็นหนี้ท่วมหัว

ทัศนคติแบบไหน ที่ทำให้คุณเป็นหนี้ท่วมหัว

ทัศนคติแบบไหน ที่ทำให้คุณเป็นหนี้ท่วมหัว
ในชีวิตคนเราการที่จะ ประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว ส่วนมากก็อยู่ที่ ทัศนคติ เพราะมุมมองหรือทัศนคติที่คุณมีในชีวิตประจำวันนั้น จะส่งผลต่อพฤติกรรม และการกระทำของคุณในอนาคต ทัศนคติดีๆก็เหมือนกับ “GPS” ที่จะพาคุณไปสู่จุดหมายที่ดี และทำให้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จ
 
ส่วนทัศนคติพังๆก็คงคล้ายกับ “ล้อรถยางรั่ว” ที่หากคุณไม่รีบเปลี่ยนมันออกไป แล้วใส่ล้อดีๆเข้ามาแทน ชีวิตของคุณก็จะไม่สามารถก้าวหน้าไปไหนได้เลย..
 
เรื่องของเงินทองก็เหมือนกัน ทัศนคติพังๆจะทำให้การเงินของคุณมีปัญหา และอาจทำให้คุณมีหนี้สินมากมายจนโงหัวไม่ขึ้น! วันนี้เราจะพาคุณไปสำรวจกันว่า ทัศนคติแบบไหนบ้าง ที่จะทำให้คุณเป็นหนี้ท่วมหัว

ทัศนคติแบบไหน ที่ทำให้คุณเป็นหนี้ท่วมหัว


อยากได้อะไร ต้องได้ทันที

สมัยก่อนอาจมีสุภาษิตที่ว่า “มีสลึงพึงบรรจบ ให้ครบบาท” แต่คงนำมาใช้สมัยนี้ไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันมีแต่ค่านิยมที่ว่า “ของมันต้องมี” อยากได้อะไร ก็ต้องได้ทันที สมัยนี้อะไรๆ ก็ต้องง่ายและเร็ว ทัศนคติแบบนี้จะทำให้หลายๆคนมีนิสัยใช้จ่ายเกินตัว และไม่รู้จักอดทนรอ จนต้องไปนำเงินในอนาคตของตัวเอง มาสนองความอยากในปัจจุบัน จนทำให้หลายคนที่มีทัศนคติแบบนี้มักจะ เป็นหนี้ต่อ ไม่ต้องรอแล้วนะ..
 

เงินเท่านั้น ที่ซื้อความสุขได้

บางคนมองว่าเงินเป็นยารักษา เยียวยาความทุกข์ เงินเท่านั้นที่สามารถซื้อความสุขได้ แต่จริงๆแล้วเงินเป็นเพียง “ยาแก้ปวด” ที่คอยบรรเทาความทุกข์ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น

เพราะถ้าเรามีทัศนคติแบบนี้ ทุกครั้งเวลาที่ไม่สบายใจ เราก็จะใช้เงินซื้อความสุขจนเป็นนิสัย เช่น ซื้อของแพงๆ กินร้านหรูๆ เพื่อปลอบใจตัวเอง ทำให้สุดท้ายแล้วเมื่อเงินไม่พอจ่าย ก็ไปกู้มา.. บางคนถึงขั้นต้องไปกู้หนี้นอกระบบ พอไปกู้มาจนเป็นหนี้ก็ทำให้ยิ่งเป็นทุกข์ พอเป็นทุกข์ก็ยิ่งใช้เงินวนไปอีก ความสุขที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องซื้อ คุณเลือกทางเดินเองละกันว่าอยากได้ สุขชั่วคราว หรือ หนี้ท่วมหัว
 

ไม่มีเงิน เท่ากับ ไม่มีคุณค่า

อย่าแก้ปมของตัวเอง ด้วยการใช้เงินแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว บางคนชอบมองว่า ถ้าไม่มีเงินก็จะไม่มีคุณค่า คนเหล่านี้มักจะนำคุณค่าของตัวเองไปผูกกับวัตถุ พอเห็นคนอื่นเค้ามีกันก็อยากจะมีบ้าง ถ้าไม่ใช้ของแพงเหมือนคนอื่นก็จะไม่ค่อยมั่นใจ

หลายครั้งที่ทัศนคติแบบนี้ ทำให้หลายคนไปซื้อสิ่งของที่ตัวเองไม่ต้องการ ด้วยเงินที่พวกเขาไม่มี (หนี้) เพื่อที่จะเอาไปอวด “คนที่ไม่เห็นคุณค่าจริงๆ ของพวกเขาเลย”
 

เที่ยวบ่อย กินหรู ดูแพงในโซเชียล

หลายคนต้องเคยให้รางวัลตัวเองด้วยการ ไปเที่ยวต่างประเทศแพงๆ กินโอมากาเสะมื้อละเป็นพัน ประสบการณ์สุดยอดแบบนี้ จะไม่แชร์ลงโซเชียลได้ยังไง ทัศนคติแบบนี้น่ากลัวมากๆ เพราะหากเรามองว่าการเที่ยวบ่อย กินหรู และการมีรสนิยมแพงๆแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เราก็จะทำมันบ่อยขึ้น แถมถ้ายิ่งได้ไลค์เยอะแล้ว ก็ยิ่งทำให้เราต้องมีพฤติกรรมแบบนี้ จนอาจถึงวันที่เราจะต้องกู้มาโชว์รวยก็เป็นได้ เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “ความสุขที่เกินพอดี ย่อมมีจุดจบที่รุนแรงเสมอ” เพราะฉะนั้นพิจารณากันให้ดีว่าสิ่งที่คุณกำลังจะสร้างนั้นคือ #หนี้หรือความสุข

ความสุขบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน และคุณค่าก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งของที่คุณมี “แต่เป็นสิ่งที่คุณทำ” ลองพักผ่อนอยู่บ้าน กินข้าวกับคนที่คุณรัก ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และทำสิ่งดีๆให้คนรอบข้างบ้าง เท่านี้ก็จะทำให้คุณมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องเป็นหนี้ ดังนั้น เราจำเป็นต้องดูแลรักษาทัศนคติกันให้ดีๆ ว่าจะใช้มันอย่างไรในการดำเนินชีวิต แท้จริงแล้วความสุขที่คุณใฝ่ฝัน อาจจะมาจากสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว