หน้าแรก > บทความ > เคล็ดลับวิธีออมเงินแบบ ‘2 กระเป๋า’ ให้เงินเข้าแล้วไม่ไหลออก

เคล็ดลับวิธีออมเงินแบบ ‘2 กระเป๋า’ ให้เงินเข้าแล้วไม่ไหลออก

21 ธันวาคม 2559
line
เคล็ดลับวิธีออมเงินแบบ ‘2 กระเป๋า’ ให้เงินเข้าแล้วไม่ไหลออก

          “ออมเงิน”  ชื่อเรียกง่ายๆ แต่ถึงเวลาทำไมมันยากจัง จะออมแต่ละบาท ในแต่ละเดือน มีรายได้เข้ามาแว้บเดียวหายเกลี้ยง  จนผมเริ่มมานั่งนิ่งๆ แล้วคิดถึงสาเหตุที่ไม่เคยเก็บเงินออมได้สักที นั้นก็คือ กระเป๋าเดียวแล้วใช้ครอบจักรวาล คือ ได้มาเท่าไหร่ รวมเงินไว้ใช้กระเป๋าเดียว จ่ายทุกสิ่ง อาทิ

  • เคลียร์หนี้สินรายเดือน  เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ต่างๆ

  • ใช้จ่ายเรื่องส่วนตัว เช่น ค่ากินรายวัน

  • เรื่องสำคัญในครอบครัว เช่น ค่าของใช้ในบ้าน ค่ากินรายวันของคนในบ้าน

นอกจากค่าใช้จ่ายหลักๆ ข้างต้น  สิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคต   เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น เพราะฉะนั้น วันนี้เราควรตั้งสติและเริ่มออมเงิน ด้วยการเปลี่ยนจาก “กระเป๋าเดียวจ่ายทุกสิ่ง” เป็น “แยกกระเป๋าใช้จ่ายเป็นเห็นเงินออม”   มีเคล็ดลับดังนี้เลยคร้าบบบบ

 

เคล็ดลับเงิน กระเป๋า คือ  “กระเป๋าเก็บ” และ “กระเป๋าใช้”

content_banner_article_wallets-trick-1.jpg


1. กระเป๋าเก็บ เก็บออมเงินอย่างเดียว

          กระเป๋าเก็บนี้ผมตั้งใจจะไม่หยิบมาใช้เลยครับ เพราะผมจะออมเพื่อเป้าหมายที่ผมตั้งไว้ เช่น แต่งเมียเข้าบ้าน ฮิ้วววว! หรือใช้เวลาฉุกเฉินเจ็บป่วยเท่านั้น  เคล็ดลับง่ายๆ เริ่มจากวันที่เงินเดือนออก ผมจะหัก 10% ของเงินเดือน เช่น เงินเดือน 12,000 บาท ผมจะเก็บ 1,200 บาท ไว้กับกระเป๋าเก็บเลยครับไม่เอามาปนกับกระเป๋าใช้ ส่วนวิธีเก็บ ผมแนะนำให้เปลี่ยนจากหยอดกระปุก เป็นการเปิดบัญชีออมทรัพย์ที่ธนาคารแทนครับ เงินกระเป๋าเก็บอยู่ห่างมือดีที่สุดครับ แถมยังได้ดอกเบี้ยด้วยนะครับ  ลองคำนวณง่ายๆ เก็บเดือนละ 1,200 บาท ครบปีมีเงินเก็บ ตั้ง 14,400 บาทแหนะ ที่สำคัญเรายังได้ความรู้สึกเป็นเจ้าหนี้ธนาคารอีกด้วยนะคร้าบบบบ 55555


2.  กระเป๋าใช้ เอาไว้ใช้จ่ายอย่างเดียว

          กระเป๋าส่วนนี้สำหรับใช้จริงๆ ค่าใช้จ่ายหลักๆ ตาม 3 ข้อที่เล่าให้ฟังข้างต้น เคลียร์หนี้สินรายเดือน , ใช้จ่ายเรื่องส่วนตัว, เรื่องสำคัญในครอบครัว เราควรแยกไว้ที่กระเป๋านี้ทั้งหมดครับ เคล็ดลับสำคัญของกระเป๋าใช้ คือ การจดบัญชีรายรับ-รายจ่าย เริ่มแรกผมจะเขียนไว้ก่อนเลยว่าตอนนี้มีรายการหนี้สินอะไรบ้าง รวมแล้วเป็นจำนวนเท่าไหร่ มันจะทำให้ผมรู้ว่าจะสร้างหนี้เพิ่มได้อีกมั๊ย จะได้ไม่มีหนี้สินรัดคอตัวเองมากเกินไป แล้วถ้าเงินหมดเร็วกว่าที่คิดไว้ เราเปิดบัญชีดูย้อนหลังปุ๊บก็รู้เลยว่าเดือนนี้เราหมดเงินไปกับอะไรบ้างมันจำเป็นจริงหรือไม่ เพื่อที่เดือนหน้าเราจะได้สามารถจัดการเงินของเราได้ดีกว่านี้

 
content_banner_article_wallets-trick-2.jpg

สรุปสุดท้ายก่อนจะจากกันให้ฟังครับ (พูดแล้วน้ำตาจะไหล) การมี 2 กระเป๋าแยกเป็น “กระเป๋าเก็บและกระเป๋าใช้” จะทำให้เรารู้ว่าเงินก้อนไหนเก็บไว้เพื่ออนาคต และเงินก้อนไหนเอาไว้ใช้ในปัจจุบัน มันช่วยให้เราจัดการเรื่องเงินได้ง่ายขึ้น ชีวิตเราก็จะมีเงินออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิกแบบไม่ต้องมีความกังวลอีกต่อไป

_footter_banner_article_wallets-trick.jpg