หน้าแรก > บทความ > 5 แหล่งเงินด่วนยอดนิยม กู้ง่ายทันใจ ไว้วางใจได้ ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ!

5 แหล่งเงินด่วนยอดนิยม กู้ง่ายทันใจ ไว้วางใจได้ ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ!

18 มกราคม 2562
line
5 แหล่งเงินด่วนยอดนิยม กู้ง่ายทันใจ ไว้วางใจได้ ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ!
การกู้เงินอาจฟังดูเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ในยามจำเป็นที่เกิดขัดสนขึ้นมาจริงๆ บริการปล่อยกู้เงินด่วนต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่สามารถช่วยเราได้ไม่น้อย

...แต่พอถึงเวลาต้องกู้ขึ้นมาจริงๆ ก็มีแหล่งกู้เงินด่วนจำนวนมาก แบบนี้ควรเลือกกู้ที่ไหนดีล่ะ?

อันดับแรกขอให้คุณลืมคำว่า กู้นอกระบบ ไปได้เลยเพราะเสี่ยงอันตรายมาก คุณอาจต้องมาแบกรับหนี้สินก้อนใหญ่จากดอกเบี้ยที่สูงลิบ ...ทางที่ดีมาดู 5 แหล่งเงินด่วนยอดนิยม ที่ไว้วางได้ ให้คุณเปรียบเทียบดูว่าแหล่งเงินด่วนไหนที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด

บัตรกด เงินด่วน
 

1. บัตรกดเงินด่วน

บัตรกดเงินด่วน หรือเรียกอีกอย่างว่า บัตรกดเงินสด หนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมและสะดวกที่สุดสำหรับเงินด่วนฉุกเฉิน ด้วยคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อให้กดเงินสดในอนาคตมาใช้ล่วงหน้าได้ทันที

ข้อดี คือ เป็นแหล่งเงินด่วนที่นำเงินมาใช้ได้ง่ายที่สุด สามารถกดได้ทันทีที่ตู้ ATM โดยจะมีวงเงินกำหนดเอาไว้ อีกทั้งยังสามารถคืนเงินเมื่อไรก็ได้ โดยการนำเงินเข้าไปในบัตรให้เต็มวงเงิน มีอัตราดอกเบี้ยแบบ ลดต้นลดดอก ให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยเยอะๆ

แต่ขอเตือนว่า! ถ้าคืนช้า ค้างเป็นเดือนๆ ดอกเบี้ยจะพุ่งสูงสุดถึง 28% เลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นถ้าถึงคราวฉุกเฉินจริงๆ เมื่อกดใช้แล้วให้รีบนำเงินมาคืนให้เหมือนเดิมนะครับ
  • เอกสารที่ต้องใช้
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    • เอกสารแสดงรายได้ ได้แก่ สลิปเงินเดือนและรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 - 6 เดือน (Statement)
    • เอกสารอื่นๆ ตามที่ธนาคารขอ เช่น ใบทวิ 50
สินเชื่อทะเบียนรถ
 

2. สินเชื่อทะเบียนรถ

สินเชื่อทะเบียนรถ ก็เป็นอีกตัวเลือกแรกๆ เมื่อพดถึงแหล่งเงินด่วน เพราะแค่มีรถ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถสิบล้อ ก็สามารถนำรถไปเป็นตัวค้ำประกันเพื่อแลกเงินได้
 
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า ถ้าเอารถไปแลกแล้วเราจะมีรถใช้อยู่ไหม? ...คำตอบก็คือ มีรถใช้เหมือนเดิมแน่นอนครับ เพราะทางสถาบันการเงินจะใช้เพียงสมุดคู่มือทะเบียนรถไปเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น
 
เงินด่วนสูงสุดหรือวงเงินที่ได้จะประเมินจากประเภทของรถ ยี่ห้อ รุ่น อายุการใช้งาน และสภาพของรถที่เอามาขอสินเชื่อ โดยวิธีคิดดอกเบี้ยก็ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของสถาบันการเงินแต่ละเจ้า โดยมากจะคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อเดือน
 
ข้อดี อีกอย่างของเงินด่วนประเภทนี้ก็คือ ไม่ต้องใช้คนค้ำ หมดปัญหาไปขอใครให้ค้ำจนอาจเสียเพื่อนเสียญาติ อีกทั้งยังอนุมัติง่าย แถมผ่อนชำระได้ยาวๆ ถึง 60 เดือน ทำให้สินเชื่อทะเบียนรถเป็นตัวเลือกแรกๆ เมื่อนึกถึงแหล่งกู้เงินด่วน
 
สำหรับใครที่สงสัยว่า ถ้ารถยังผ่อนไม่หมดสามารถนำมาขอกู้ได้ไหม? สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ รถติดไฟแนนซ์อยู่ ก็กู้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ได้ เลยครับ
 
หากใครที่กำลังมีปัญหาและ ต้องการเงินด่วน เงินติดล้อมีสินเชื่อให้บริการ เรามีสินเชื่อหลากหลายรูปแบบทั้งรถยนต์ รถกระบะ หรือมอเตอร์ไซค์ แถมยังมีดอกเบี้ยต่ำ หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ สินเชื่อกับเงินติดล้อ หรือโทรหาเราได้ที่เบอร์ 088-088-0880 เจ้าหน้าที่ของเรายินดีให้บริการทุกท่านตลอด 24 ชั่วโมงครับ!
  • เอกสารที่ต้องใช้
    • บัตรประจำตัวประชาชน
    • ทะเบียนบ้าน
    • เล่มทะเบียนตัวจริง
    • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนและรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 - 6 เดือน (Statement)
    • เอกสารประกอบอื่นๆ ตามที่กำหนด
สินเชื่อบ้านแลกเงิน
 

3. สินเชื่อบ้านแลกเงิน

สำหรับ สินเชื่อแบบบ้านแลกเงิน อาจไม่ถึงขั้นเป็น เงินด่วน เพราะต้องใช้เอกสารค่อนข้างเยอะ และต้องใช้เวลาในการดำเนินการพอสมควร แต่ก็ทำให้ได้เงินก้อนใหญ่ไว้ใช้ในยามจำเป็น
 
ลักษณะของสินเชื่อบ้านแลกเงินจะคล้ายกับสินเชื่อทะเบียนรถ คือนำบ้านไปเป็นหลักประกันเพื่อแลกเงินนั่นเอง แต่ต่างกันที่บ้านจะต้องปลอดภาระหนี้แล้วด้วยนะครับ ส่วนจำนวนเงินที่จะได้รับนั้นจะขึ้นอยู่กับการประเมินตัวบ้านโดยธนาคาร แต่จะมีเพดานไว้ว่ากู้ได้ไม่เกินเท่าไหร่
 
ส่วนมากการกู้ประเภทนี้ มักจะใช้เพื่อนำเงินไปปิดหนี้อื่นๆ ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น สินเชื่ออเนกประสงค์ หนี้บัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งหนี้นอกระบบ เพราะอัตราดอกเบี้ยของบ้านแลกเงินเพียง 5.5 - 9% ต่อปี และยังผ่อนชำระได้ยาวนานถึง 15 - 30 ปี ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนไม่หนัก
 
สาเหตุที่วิธีบ้านแลกเงินดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่นและยังให้ผ่อนได้ยาวนาน นั่นเพราะว่า ธนาคารมีหลักทรัพย์เป็นบ้าน ช่วยลดความเสี่ยงในการหนีหนี้ที่อาจจะเกิดขึ้นกับธนาคาร
  • เอกสารที่ต้องใช้
    • เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล
      • สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ (และของผู้สมรส ถ้ามี)
      • สำเนาทะเบียนบ้าน (และของผู้สมรส ถ้ามี)
      • สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า/มรณะของคู่สมรส/ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
    • เอกสารแสดงรายได้ (อาชีพที่มีรายได้ประจำ)
      • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองการทำงาน (ตัวจริง)
      • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (Statement)
      • สำเนาใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
    • เอกสารแสดงรายได้ (อาชีพอิสระหรือประกอบกิจการ)
      • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือใบทะเบียนการค้า
      • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อผู้กู้/ผู้กู้ร่วม
      • รายการบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ทั้งส่วนตัวและของกิจการ)
      • สำเนา ภ.พ.30 (ถ้ามี)
    • เอกสารหลักทรัพย์
      • สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (ขนาดเท่าตัวจริงทุกหน้า)
      • ใบอนุญาตปลูกสร้าง/หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง เช่น สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน (ทด.13) หรือหนังสือสัญญาให้ที่ดิน (ทด.14 )
      • แผนที่ตั้งหลักประกันโดยสังเขป
สินเชื่อที่ดินแลกเงิน
 

4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน

เมื่อพูดถึง สินเชื่อที่ดินแลกเงิน อีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่สามารถสร้างเงินก้อนใหญ่ให้คุณได้ นั่นก็คือ ที่ดิน ซึ่งมีวิธีการกู้รูปแบบเดียวกับการนำบ้านไปแลกเงิน นั่นก็คือใช้หลักทรัพย์ไปค้ำประกันเงินกู้ หรืออาจนำไปจำนองกับธนาคาร โดยธนาคารจะประเมินราคาสินทรัพย์ และให้วงเงินกับเราไม่เกิน 80 - 90% ของราคาที่ประเมินได้ และเช่นเดียวกับสินเชื่อบ้าน นั่นก็คือคุณต้องเผื่อเวลาสำหรับการประเมินที่ดินด้วย
 
จริงๆ วิธีการนี้คือสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้สินทรัพย์ค้ำ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือที่ดินก็ตาม โดยจะให้ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนานถึง 30 ปี และอัตราดอกเบี้ยต่ำ คือ ไม่เกิน 10 - 12% ต่อปี หลายคนจึงเลือกโฉนดที่ดินไปแลกเงินเพื่อนำไปปิดหนี้อื่นๆ ที่ดอกเบี้ยแพงกว่า หรือเอาเงินก้อนมาหมุนเวียนในธุรกิจ
  • เอกสารที่ต้องใช้
    • เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล
      • สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ (และของผู้สมรส ถ้ามี)
      • สำเนาทะเบียนบ้าน (และของผู้สมรส ถ้ามี)
      • สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า/มรณะของคู่สมรส/ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
    • เอกสารแสดงรายได้ สำหรับอาชีพที่มีรายได้ประจำ
      • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองการทำงาน (ตัวจริง)
      • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (Statement)
      • สำเนาใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
    • เอกสารแสดงรายได้ สำหรับอาชีพอิสระหรือประกอบกิจการ
      • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือใบทะเบียนการค้า
      • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อผู้กู้/ผู้กู้ร่วม
      • รายการบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ทั้งส่วนตัวและของกิจการ)
      • สำเนา ภ.พ.30 (ถ้ามี)
    • เอกสารหลักทรัพย์
      • สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน/สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน (ทด.13)/หนังสือสัญญาให้ที่ดิน (ทด.14 )
      • แผนที่ตั้งหลักประกันโดยสังเขป
สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์
 

5. สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์

เมื่อพูดถึง สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ หลายๆ คนอาจไม่คุ้นหูกันเท่าไหร่ แต่ฟังดูแล้วก็คิดว่าจะกู้ลำบาก เอกสารเยอะ เพราะชื่อดูเข้าใจยาก แต่จริงๆ แล้วสินเชื่อนี้คือ สินเชื่อรายย่อยเพื่อผู้ประกอบการ หรือก็คือ สินเชื่อสำหรับพ่อค้า แม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่มีอาชีพรับจ้างอิสระที่ไม่มีเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพราะแหล่งเงินด่วนประเภทนี้ ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน
 
นอกจากสลิปเงินเดือนแล้ว เอกสารแสดงรายได้ต่างๆ คนค้ำประกัน หรือแม้แต่หลักทรัพย์ค้ำประกันก็ไม่ต้องใช้ จากแต่ก่อน ถ้าอยากกู้เงินแบบไม่ต้องแสดงเอกสารหรือแลกอะไรก็จะต้องไปขอกู้นอกระบบ (ซึ่งไม่ต้องย้ำกันอีกรอบใช่ไหมครับ ว่ากู้นอกระบบน่ากลัวยังไง) ตอนนี้มากู้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์กันดีกว่า

เนื่องจากไม่ต้องใช้เอกสารการเงินอะไรเลย จึงต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ คือ ไม่เกิน 36% ต่อปี และมีข้อจำกัดว่ากู้ได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ดังนั้น ก่อนที่จะเอาเงินด่วนเปล่าๆ นี้มาก็ต้องคิดให้รอบคอบและใช้อย่างมีสติ ไม่งั้นสตางค์ในกระเป๋าคงลอยไปเป็นดอกเบี้ยธนาคารซะหมด
  • เอกสารที่ต้องใช้
    • คำขอสินเชื่อ (ขอจากธนาคาร)
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
หวังว่า 5 แหล่งเงินด่วนที่รวบรวมมา จะช่วยให้ทุกท่านที่กำลังประสบปัญหาอยู่เห็นทางออก และคลี่คลายปัญหาได้นะครับ และอย่าลืมว่าเมื่อเป็นหนี้แล้ว ก็ต้องใช้เงินอย่างมีสติให้มากขึ้น ผ่อนชำระให้ตรงเวลา อย่าปล่อยทิ้งไว้จนดอกเบี้ยเพิ่มพูนจนต้องสร้างหนี้ใหม่

อีกประการหนึ่ง แม้จะมีหนี้ติดตัวก็ต้องไม่ลืมแบ่งเงินบางส่วนไว้เป็นเงินเก็บด้วยนะครับ เมื่อเกิดปัญหาการเงินในภายหลัง จะได้นำเงินส่วนนี้มาช่วยโปะได้