หน้าแรก > บทความ > รู้ทันประกัน > ประกันรถ > 9 คำถามที่หลายคนสงสัย ก่อนจะไปตรวจสภาพรถที่ ตรอ. !

9 คำถามที่หลายคนสงสัย ก่อนจะไปตรวจสภาพรถที่ ตรอ. !

9 คำถามที่หลายคนสงสัย ก่อนจะไปตรวจสภาพรถที่ ตรอ. !
สนใจสมัครประกัน
Enter security code:
 Security code
สำหรับคนที่คิดจะออกรถ หรือมือใหม่หัดขับที่ยังไม่เคยไปตรวจสภาพรถที่ ตรอ. มาก่อน คงมีคำถามอยู่ในหัวมากมายว่าสถานที่นี้คืออะไร

วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันครับว่า “ตรวจสภาพรถ ตรอ.” คืออะไรกันแน่ และแล้วจะต้องตรวจอะไรบ้าง

ตรวจสภาพรถ

คำว่า ตรอ. ย่อมาจาก “สถานตรวจสภาพรถเอกชน” ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ให้เป็นสถานที่ใช้ขอเอกสารการันตีสภาพรถก่อนต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ว่ามีความพร้อมในการใช้งาน ปลอดภัย ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ ตามที่กรมการขนส่งฯ กำหนดหรือไม่ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยสามารถตรวจได้ทั้งรถยนต์ และมอเตอร์ไซต์เลยครับ
 

ตรวจสภาพรถ กับตรอ. เมื่อไหรดี?


ตรวจสภาพรถ ตรอ.

รถที่ควรไปตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีรถยนต์ประจำปี มีดังนี้ครับ
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
  • รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป
โดยการนับอายุการใช้งานของรถนั้น ให้นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรกจนถึงวันที่สิ้นอายุภาษีประจำปี (วันครบกำหนดเสียภาษีประจำปี) ซึ่งในการนำรถไปตรวจสภาพที่ ตรอ. สามารถตรวจล่วงหน้าได้ ไม่เกิน 3 เดือนก่อนวันหมดอายุภาษีประจำปี
 

ตรวจสภาพรถ ต้องตรวจอะไรบ้าง?


ตรวจสภาพรถอะไรบ้าง

มาถึงตรงนี้แล้วคงสงสัยใช่ไหมครับว่าต้องตรวจอะไรบ้าง? วันนี้เราจะมาแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดเพื่อไม่ให้ตกหล่นในการตรวจสภาพรถนะครับ
  1. ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลของรถ เช่น แผ่นป้ายทะเบียนรถ ลักษณะรถ หมายเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ เป็นต้น
  2. ตรวจสภาพตัวรถ เช่น ตัวถัง สี อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัย อุปกรณ์ไฟฟ้า พวงมาลัย ที่ปัดน้ำฝน
  3. ตรวจสอบระบบภายในรถ เช่น ระบบบังคับเลี้ยว ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบเชื้อเพลิง
  4. ทดสอบประสิทธิภาพการเบรก โดยตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
  5. ตรวจสอบวัดโคมไฟหน้า ทิศทางการเบี่ยงเบนของแสง และวัดค่าความเข้มของแสง
  6. ตรวจสอบวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) ของรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง
  7. รถยนต์เครื่องดีเซล ต้องตรวจควันดำ โดยระบบการกรองต้องไม่เกินร้อยละ 50 และระบบความทึบแสงต้องไม่เกินร้อยละ 45
  8. การตรวจวัดเสียงรถ ต้องไม่เกิน 100 เดซิเบล
เอกสารรถ

สำหรับสิ่งที่ต้องเตรียมนอกจากตัวเจ้าของรถเอง ได้แก่
  1. รถที่ต้องการตรวจสภาพ
  2. เอกสารเล่มทะเบียน (รถยนต์เล่มสีน้ำเงิน, รถจักรยานยนต์เล่มสีเขียว) หรือสำเนาทะเบียนรถ

อัตราค่าตรวจสภาพรถ


อัตราค่าตรวจสภาพรถ

ส่วนของราคาการตรวจสภาพรถ ตรอ. ก็ราคาไม่แพงครับ โดยแต่ละที่ก็จะมีค่าบริการเหมือนกันทั้งหมด ดังนี้
  • รถจักรยานยนต์ 60 บาท/คัน
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรม 160 บาท/คัน
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม 250 บาท/คัน

ตรวจสภาพรถ ต้องไปที่ไหน?


ที่ตรวจรถ

โดยปกติแล้วต้องนำรถไปตรวจสภาพที่ กรมขนส่งทางบกฯ แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่บ้านอยู่ไกล จึงมีศูนย์บริการ ตรอ. ที่ได้รับอนุญาติจากกรมการขนส่งในหลายๆ ที่ด้วยกัน

เพื่อนๆ สามารถค้นหาสถานที่ตรวจสภาพรถ ตรอ. ใกล้บ้านได้ง่ายๆ ผ่าน google เพียงแค่ใช้คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟน ในการค้นหาตำแหน่งที่เพื่อนๆ สะดวกที่สุด หรืออีกวิธีหนึ่ง ค้นหาสำนักงานขนส่งประจำจังหวัดผ่านเว็ปไซต์ของกรมการขนส่งฯโดยตรง ได้ที่ https://www.dlt.go.th/th/

สำหรับเวลาทำการของแต่ละที่นั้นต่างกัน สอบถามเวลาได้ที่ ตรอ. ใกล้บ้านครับ
 

ถ้าตรวจสภาพรถแล้วไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?


ตรวจสภาพรถไม่ผ่าน

หลังจากนำรถไปตรวจแล้ว หลายคนคงสงสัยว่าถ้าหากตรวจแล้วไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้น?

กรณีถ้าหากรถไม่ผ่านการตรวจสอบ ทาง ตรอ. จะแจ้งข้อบกพร่องที่เป็นสาเหตุทำให้รถไม่ผ่านการตรวจ เพื่อที่จะได้นำไปแก้ไขแล้วนำกลับมาตรวจใหม่ ซึ่งจะต้องทำการแก้ไข และนำกลับไปตรวจสภาพรถที่ ตรอ. ที่เดิมภายในระยะเวลา 15 วัน โดยค่าบริการการตรวจใหม่จะคิดแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นครับ

แต่ถ้าหากเกิน 15 วัน หรือไปตรวจที่ ตรอ. ที่อื่นจะต้องเสียค่าบริการตามปรกตินะครับ
 

รถแบบไหนตรวจที่ ตรอ. ไม่ได้?


ตรวจสภาพรถไม่ผ่าน

นอกจากที่กล่าวไปที่ด้านบนแล้ว ยังมีรถที่ไม่สามารถเข้าตรวจที่ ตรอ. ได้ เพราะต้องให้กรมขนส่งทางบกฯ ตรวจสอบโดยตรง ซึ่งรถที่มีลักษณะเฉพาะ ต้องนำไปให้กรมขนส่งทางบกฯตรวจ มีดังนี้ครับ
  • รถที่ทำการดัดแปลงสภาพไม่เหมือนตอนที่จดทะเบียนเอาไว้
  • รถที่ทำการเปลี่ยนสีตัวถัง เปลี่ยนแปลงตัวรถ หรือส่วนใดส่วนนึงจนไม่เหมือนรายละเอียดที่ระบุเอาไว้ในคู่มือทะเบียนรถ เช่น การเปลี่ยนเครื่องยนต์ การเปลี่ยนชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น
  • รถที่ไม่แสดงเลขตัวรถ หรือเลขเครื่องยนต์ โดยมีการขูด ขีด แก้ไข ชำรุด จนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้
  • รถที่เจ้าของแจ้งไม่ใช้ชั่วคราว หรือแจ้งการไม่ใช้รถตลอดเอาไว้กับกรมการขนส่ง
  • รถเก่าที่มีเลขทะเบียนรุ่นเก่า เช่น กท-00001, กทจ-0001 จะต้องทำการเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่
  • ยานพาหนะที่เคยสูญหาย หรือโดนโจรกรรมแล้วได้คืน
  • รถที่ขาดต่อทะเบียนเกิน 1 ปี

หากไม่ไปตรวจ แล้วภาษีรถขาดจะเกิดอะไรขึ้น


ภาษีรถขาด

หากไม่ไปตรวจแล้วภาษีรถขาด จะต้องเสียค่าปรับที่กรมขนส่งทางบกฯ อัตราเดือนละ 1% จากค่าภาษีประจำปี และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบก่อนที่คุณจะไปต่อภาษี ก็จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เนื่องจากใช้รถที่ยังไม่ได้เสียประจำปีตามระยะเวลาที่กำหนดครับ
 

สรุป


เท่านี้ทุกคนก็คงจะทราบแล้วนะครับว่า สาเหตุที่ต้อง ตรวจสภาพรถ ตรอ. ก็เพื่อให้รถของเราปลอดภัย พร้อมใช้งาน และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่อตัวเอง ผู้โดยสาร และเพื่อนร่วมท้องถนน

ซึ่งนอกจากการตรวจรถที่ ตรอ. ใกล้บ้านแล้ว คุณสามารถรับมือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการใช้รถ ใช้ถนน ได้ด้วยการทำประกันรถยนต์ ซึ่งเงินติดล้อ มีประกันครบทุกชั้น กว่า 15 บริษัทชั้นนำให้คุณเลือก

แถม“ผ่อนเงินสดได้” ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน ไม่มีค่าธรรมเนียมบวกเพิ่ม พร้อมคุ้มครองทันที!
ผ่อนอยู่ก็เคลมได้

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
  • ติดต่อโดยตรงได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox เงินติดล้อ: facebook.com/messages/t/ngerntidlor
  • โทรเข้า Call Center เงินติดล้อ: 088-088-0880
  • หรือกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่
หรือท่านใดมีปัญหาด่วน ฉุกเฉิน ติดต่อเข้ามาได้เลยครับ เราพร้อมบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง
สนใจสมัครประกัน
Enter security code:
 Security code

Back to top