หน้าแรก > บทความ > Passive income สร้างอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ขาดสาย

Passive income สร้างอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ขาดสาย

09 ตุลาคม 2562
line
Passive income สร้างอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ขาดสาย
เข้าช่วงบั้นปลายชีวิต จะให้มาทำงานไปตลอดแบบทุกวันนี้ก็คงจะไม่ไหว แต่ภาระที่ต้องจ่ายกลับไม่หายไปตามอายุเลย ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยอีก แต่ในเมื่อร่างกายเริ่มทำงานไม่ไหวแล้ว จะวางแผนสร้างรายได้อย่างไรให้อนาคตยังมีเงินใช้ไม่ขาดสายกันนะ

วันนี้เงินติดล้อจะพาคุณมารู้จักกับ Passive Income ช่องทางสร้างรายได้แบบ ให้เงินทำงานแทนคุณ หากรู้ถูกจุดจับถูกแหล่ง รับรองว่ามีเงินให้ใช้สบายๆ ในระยะยาวแน่นอน มาดูกันเลยดีกว่าครับว่าเราจะใช้ Passive Income นี้สร้างรายได้อย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ขาดสาย
 

Passive Income คืออะไร?

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเจ้า Passive Income นี้มันคืออะไร? แล้วมันแตกต่างจากรายได้ที่เรารับมาประจำยังไงล่ะ? ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจกันก่อนครับว่าวิธีสร้างรายได้นั้นมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่

Active Income หมายถึง รายได้ที่เราต้องลงทุนลงแรงในการทำงาน และเมื่อเราหยุดทำ รายได้จากตรงนี้ก็จะหายไป เช่น งานประจำที่คุณกำลังทำ งานค้าขาย หรืองานรับจ้างใดๆ ก็ตาม

Passive Income หมายถึง รายได้ที่เราลงทุนลงแรงไปในระยะแรก แต่มีรายได้กลับมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เข้าไปดูแลอะไรมากก็ยังมีรายได้จากส่วนนี้อยู่ หรือเรียกแบบสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ใช้เงินทำงานแทนคุณ นั่นเอง
 

ช่องทางสร้าง Passive Income

ทีนี้เริ่มสงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับว่าเจ้า Passive Income เนี่ยมีอะไรบ้าง แล้วต้องทำยังไงถึงจะมีรายได้เยอะๆ แบบคนอื่นเข้าบ้าง... มาดูกันเลยครับว่าช่องทางในการสร้าง Passive Income นั้นมีอะไรบ้าง
 

   1. อสังหาริมทรัพย์

ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเช่าที่ดิน สร้างหอพัก หรือปล่อยเช่าบ้าน ก็ถือว่าเป็น Passive Income ที่ทำได้ง่ายและสร้างรายรับได้มาก แต่ต้องแลกมาด้วยการลงทุนที่สูง เพราะอสังหาริมทรัพย์สมัยนี้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่นั่นก็เป็นผลดีหากคุณรีบซื้อไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เมื่ออนาคตต้องการขายก็สามารถสร้างผลกำไรให้คุณได้มากเช่นกัน

หากคุณศึกษาในเรื่องของทำเลที่พักอาศัยมาเป็นอย่างดี และมีเงินก้อนที่พร้อมจะลงทุนแล้ว รับรองว่าทรัพย์สินอย่างอสังหาริมทรัพย์จะเป็นตัวช่วยที่สร้างรายได้ให้คุณสบายๆ ได้ในระยะยาวเลยทีเดียว

ถ้าคุณมีบ้านหรือที่นาในต่างจังหวัดไม่ได้ใช้ ก็สามารถนำไปปล่อยเช่าดูอย่าปล่อยให้เป็นที่อยู่ว่างๆ จนเราเสียโอกาสสร้างรายได้นะครับ
 

   2. สร้างสื่อออนไลน์


Passive income สร้างอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ขาดสาย

ทุกๆ คนน่าจะรู้จักเว็บไซต์อย่าง Facebook หรือ Youtube กันอยู่แล้ว หากลองสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าทั้งวีดีโอหรือสื่อต่างๆ จะมีโฆษณาสอดแทรกอยู่เต็มไปหมด โดยโฆษณาเหล่านี้มาจากบริษัทต่างๆ จ้างให้ผู้ผลิตสื่อแทรกลงไป โดยจะให้เงินตอบแทนตามจำนวนผู้เข้าชม ซึ่งคุณก็สามารถมี Passive Income จากการสร้างสื่อออนไลน์เหล่านี้ได้เช่นกัน

ถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถ! มีเรื่องราวมากมายที่นำมาทำเป็นวีดีโอสนุกๆ ให้ผู้อื่นรับชมได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว อาหาร เกม กีฬา ฯลฯ อย่ารอช้าแล้วรีบสร้างมันขึ้นมาเลยครับ!

เพียงแค่คุณสร้างชาแนลหรือ “ช่อง” ของคุณในเว็บไซต์ และทำการอัพโหลดวีดีโอของคุณลงไปโดยยินยอมในเงื่อนไขที่จะมีโฆษณาสอดแทรกในวีดีโอของคุณ เท่านี้คุณก็สามารถสร้างรายได้จากสื่อออนไลน์เหล่านี้ได้แล้ว

ยิ่งมีคนดูวีดีโอของคุณมากเท่าไหร่ รายได้ของคุณก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้วีดีโอที่คุณอัพโหลดไว้จะไม่หายไปไหน ทำให้มีรายได้จากช่องทางนี้เข้ามาได้เรื่อยๆ แต่อย่าลืมว่าการที่วีดีโอของคุณจะมีผู้ชมเยอะๆ ได้นั้นก็ต้องมีความสนุกและน่าดึงดูด เพราะฉะนั้นอย่าลืมศึกษาข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมกันด้วยนะครับ
 

   3. ผลตอบแทนจากกองทุนหุ้น / กองทุนรวม

หากคุณมีเวลาศึกษาหาความรู้มากพอ ผลตอบแทนจากกองทุนหุ้น และกองทุนรวมนับว่าเป็นที่น่าสนใจมากเช่นกัน โดยจะมีเงินปันผลแบ่งให้คุณทุกๆ ปี ถ้าคุณสามารถเลือกลงทุนได้ถูกจุด เงินปันผลรายปีนั้นก็มีเพียงพอให้คุณจับจ่ายใช้สอยได้อย่างไม่ขัดสนเลยล่ะครับ

โดยกองทุนประเภทนี้จะมีเงินปันผลของแต่ละปีเป็นเปอร์เซ็นต์ สมมติว่าคุณตั้งเป้าหมายว่าอยากมีรายรับเข้ามาเดือนละ 10,000 บาท เท่ากับปีละ 120,000 บาท หากกองทุนของคุณมีอัตราปันผลรายปีอยู่ที่ 10% เท่ากับว่าคุณต้องมีเงินต้นอยู่ในกองทุนทั้งหมด 1,200,000 บาทจึงจะได้ตามที่ตั้งไว้

แต่อย่าเพิ่งตกใจไปว่าจะต้องจ่ายทีเดียว 1,200,000 บาทเลย ซึ่งคุณสามารถทยอยลงทุนเรื่อยๆ ตามจำนวนที่คุณจ่ายไหว โดยอาจจะเป็นสัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละครั้ง โดยหากคุณเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ก็เหมือนกับการฝากเงินเข้าธนาคารเป็นประจำ ไม่ต้องกังวลว่าเงินที่มีตรงนี้จะหายไป แถมยังได้ผลตอบแทนสูงด้วย! นับว่าเป็น Passive Income ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
 

   4. ขายรูปออนไลน์

ปัจจุบันในการทำการตลาดของบริษัทต่างๆ นั้นต้องใช้รูปภาพจากหลากหลายแหล่งเพื่อสร้างเป็นโฆษณา ทำให้เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ขึ้นมานั่นก็คือ การขายรูปภาพออนไลน์

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าจะต้องเป็นภาพสวยหรูอย่างภูเขาไฟฟูจิ หรือคฤหาสน์ใหญ่โต แต่เราจะบอกให้ว่า ภาพแบบไหนก็สามารถขายได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า หมาแมว หรือแม้แต่ข้าวผัดกะเพราที่คุณสั่งมากิน ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับคุณอย่างแน่นอน

เริ่มต้นง่ายๆ เพียงแค่คุณสมัครสมาชิกและระบุว่าเป็นช่างภาพในเว็บขายภาพอย่าง ShutterStock หรือ iStock จากนั้นก็จัดการลงภาพที่คุณถ่ายมา รอการตรวจสอบจากทางเว็บไซต์ เมื่อผ่านเรียบร้อยภาพของคุณก็สามารถทำการซื้อขายได้แล้วครับ!

ซึ่งภาพที่ถูกขายได้นั้นจะถูกนำไปใช้ในการสร้างโฆษณา หรือประกอบบทความตามเว็บต่างๆ (แม้แต่เงินติดล้อก็ซื้อภาพจากเว็บเหล่านี้เหมือนกันนะ) โดยภาพที่คุณลงขายนั้นจะคงอยู่ตลอดไม่หายไปไหน ทำให้คุณสามารถสร้างรายได้จากช่องทางนี้ไปได้เรื่อยๆ บอกเลยว่ายิ่งลงขายมากโอกาสที่จะมีรายได้จากช่องทางนี้ก็ยิ่งมากขึ้นนะครับ

หากคุณมีงานอดิเรกชอบถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ นี่อาจเป็นช่องทางสร้าง Passive Income ที่เหมาะสำหรับคุณ
 

   5. ขายสินค้าแบบ Drop shipping


Passive income สร้างอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ขาดสาย

การขายสินค้าแบบ Drop shipping หมายถึง การที่คุณมีหน้าร้านสำหรับขายสินค้า โดยไม่ต้องลงทุนซื้อของมาสต็อคไว้สักชิ้น ซึ่งคุณจะทำหน้าที่เป็นเหมือนพ่อค้าคนกลางระหว่างผู้ซื้อสินค้า กับผู้จัดจำหน่าย

เมื่อมีลูกค้าเข้ามาสั่งสินค้า สิ่งที่คุณต้องทำก็คือจัดการเก็บเงิน ขอทราบข้อมูลชื่อ-ที่อยู่ในการจัดส่งของลูกค้า และส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้จัดจำหน่ายและจะดำเนินการส่งสินค้าให้ โดยคุณจะได้กำไรจากค่านายหน้าที่ทางผู้จัดจำหน่ายจะให้คุณ

โดยค่าธรรมเนียมของสินค้าแต่ละชิ้นจะไม่เท่ากัน ซึ่งสินค้าเล็กๆ อย่างรองเท้า หรือเสื้อผ้าอาจได้ค่านายหน้าเพียง 30-40 บาทต่อชิ้น แต่สำหรับสินค้าขนาดใหญ่อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจได้มากถึง 200-300 บาทต่อชิ้นเลยทีเดียว ซึ่งถ้าคุณมีทักษะการเจรจาที่ดีคุณอาจสร้างรายได้ 600-700 บาทต่อวันได้สบายๆ

แต่การขายสินค้าแบบ Drop Shipping นั้นอาจจะต้องลงทุนลงแรงมากกว่า Passive Income ในรูปแบบอื่นเล็กน้อย เพราะคุณจะต้องสร้างหน้าร้าน และพูดคุยกับลูกค้าด้วยตัวเอง แต่ข้อดีก็คือไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียวก็สามารถเริ่มทำได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องขาดทุนอย่างแน่นอน

หากคุณมั่นใจในทักษะการขาย และอยากมีร้านเป็นของตัวเอง สิ่งนี้เหมาะกับคุณแน่นอนครับ
 

สรุป

เท่านี้ทุกท่านก็คงจะทราบกันดีแล้วว่า Passive Income นั้นมีรูปแบบยังไงบ้าง อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ก่อนที่จะเริ่มลงทุนก็ควรศึกษาและวางแผนการต่างๆ ให้ดี และถ้ายังไม่แน่ใจว่าการลงทุนนี้จะประสบผลสำเร็จมาก การทำงานประจำควบคู่ไปกับรายได้เสริมอื่นๆ และ Passive Income จะเป็นการดีที่สุด

ที่เกี่ยวข้อง