หน้าแรก > บทความ > ประกันอุบัติเหตุ เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี?

ประกันอุบัติเหตุ เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี?

07 พฤษภาคม 2562
line
ประกันอุบัติเหตุ เลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี?
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าในปัจจุบัน ประกัน คือหนึ่งในวิธีออมเงินและป้องกันความเสี่ยงที่ดี ซึ่งในปัจจุบันมีชนิดและรูปแบบของประกันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ

โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุ ที่ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนไม่น้อย เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราอุบัติเหตุค่อนข้างสูง การเตรียมพร้อมสำหรับเหตุไม่คาดฝันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดครับ

แต่ประกันอุบัติเหตุเองก็มีวงเงินคุ้มครองแตกต่างกันออกไป จนบางทีก็ชวนมึนไปซะหมด แต่ทุกปัญหามีทางออกเสมอครับ แต่ก่อนที่เราจะเลือกวงเงินคุ้มครอง เรามาดูกันก่อนดีกว่าครับว่าจริงๆแล้วประกันอุบัติเหตุเนี่ย มันมีรายละเอียดอะไรอยู่บ้าง

ทำไมประกันอุบัติเหตุถึงต้องมีวงเงินคุ้มครอง

ทำไมประกันอุบัติเหตุถึงต้องมีวงเงินคุ้มครอง

หลายคนคงคุ้นหูกับศัพท์คำว่า “วงเงิน” ว่าการทำประกันเท่านั้นเท่านี้จะมีวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่

แท้จริงแล้ววงเงินคุ้มครองนี้มีความหมายถึงเงินเอาประกันสูงสุดที่ทางบริษัทประกันภัยสามารถจ่ายให้ได้ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งเงื่อนไขต่างๆ จะถูกระบุไว้ในกรมธรรม์

สาเหตุที่วงเงินเงินคุ้มครองมีความแตกต่างกัน เนื่องจากความต้องการที่หลากหลายในการทำประกันภัย ทำให้ต้องมีการออกประกันรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คิดทำประกันได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นประกันรูปแบบใดก็ตาม

ซึ่งวงเงินคุ้มครองนี้จะมีตั้งแค่ค่ารักษาพยาบาลหลักร้อยบาท ไปจนถึงเงินชดเชยหากเสียชีวิตหลักล้านเลยล่ะครับ
 

ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองอะไรบ้าง

หน้าที่ของประกันคือการรองรับและคุ้มครองความเสี่ยง ประกันอุบัติเหตุก็คือประกันที่คอยดูแลค่าใช้จ่าย และค่ารักษาพยาบาลต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บางกรมธรรม์ก็มีการคุ้มครองไปถึงเงินชดเชยต่อวันขณะทำการรักษาด้วย

ซึ่งเรื่องที่ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองหลักๆ คือ
  • การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ
  • ค่ารักษาพยาบาลเมื่อประสบอุบัติเหตุ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
โดยที่การคุ้มครองจะมีเงื่อนไขแตกต่างกันออกไปตามที่กรมธรรม์ระบุไว้ครับ
หลักการในการทำประกันอุบัติเหตุ

หลักการในการทำประกันอุบัติเหตุ

แม้จะคุ้มครองได้ครอบคลุม แต่ประกันอุบัติเหตุก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้างตามบริษัท ทั้งอัตราการจ่ายเบี้ยประกัน หลักเกณฑ์ของผู้เอาประกัน รวมถึงวงเงินที่ประกันสามารถจ่ายให้คุณได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

เรามาดูหลักการกันดีกว่าครับว่าการเลือกประกันอุบัติเหตุนั้น จริงๆ แล้วเราควรเลือกประกันอย่างไร แล้วคุณเหมาะกับประกันแบบไหนกันแน่
 

1. อายุ

แม้ปัจจุบันประกันจะมีการเปิดโอกาสให้เราสามารถทำประกันได้ตั้งแต่อายุยังน้อยๆ หรือทำให้ลูกหลานได้ แต่ยังมีบางกรมธรรม์ที่จำกัดอายุผู้เอาประกันอยู่ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะอยู่ที่ 15 - 60 ปี ดังนั้นก่อนจะซื้อก็ตรวจสอบกรมธรรม์กันให้ดีล่ะครับ

แต่ไม่ใช่ว่าเราจำเป็นต้องรอให้แก่มากแล้วถึงจะต้องทำประกันนะครับ โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุ สามารถทำได้ทันทีเมื่อมีเงื่อนไขครบตามกรมธรรม์ เพื่อการรองรับความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน
 

2. อาชีพ

อาชีพ คืออีกหนึ่งในปัจจัยหลักสำหรับการเลือกประกันอุบัติเหตุเสมอมา โดยเราจะมีการแบ่งอาชีพออกเป็น 4 ขั้นตามความเสี่ยง คือ

อาชีพขั้นที่ 1 คือกลุ่มอาชีพที่ทำงานประจำในสำนักงาน หรือพื้นที่ประจำเป็นหลัก เช่นพนักงานบริษัท ผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้าที่ทำงานประจำหน้าร้าน

อาชีพขั้นที่ 2 คือกลุ่มอาชีพที่มีการทำงานกลางแจ้ง เช่น ช่างฝีมือ วิศวกร สถาปนิก หรือกลุ่มคนที่เน้นการควบคุมดูแลงาน เช่น หัวหน้าคุมงานต่างๆ

อาชีพขั้นที่ 3 คือกลุ่มอาชีพด้านช่าง เช่น ช่างยนต์ ช่างไม้ ผู้ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรกลหนัก รวมถึงผู้ใช้แรงงาน

อาชีพขั้นที่ 4 คือกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ช่างไฟฟ้า นักแสดงผาดโผน หรือสตันท์แมน

สาเหตุที่ต้องมีการแบ่งเช่นนี้ เพราะความเสี่ยงรูปแบบต่างๆ นั้นจะเกี่ยวข้องกับวงเงินคุ้มครองโดยตรง ยิ่งลำดับขั้นมีตัวเลขสูงโอกาสเสี่ยงก็สูงเช่นกัน ดังนั้นการเลือกประกันภัยที่มีเบี้ยประกันสูงและครอบคลุมอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
 

3. การใช้ชีวิต

แม้อาชีพจะไม่เสี่ยง แต่ไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตอาจจะตรงกันข้าม ดังนั้นคนที่เลือกประกันภัยต้องดูครับ ดูนิสัยกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันของตัวเองหรือคนที่จะซื้อประกันให้ว่าเป็นแบบไหน

หากคุณเป็นคนที่อยู่แบบเรื่อยๆ สบายๆ วันหยุดเน้นนั่งอยู่บ้านเผื่อผ่อนคลาย ปลูกต้นไม้ ดูทีวี ไลฟ์สไตล์เรื่อยๆ สบายๆ แบบนี้อาจไม่จำเป็นต้องใช้ประกันอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองสูงมากนักครับ เพราะไม่ได้ทำอะไรเสี่ยงๆ

กลับกัน หากการใช้ชีวิตคุณมีความเสี่ยง เช่น การขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานระยะไกลๆทุกวัน หรือชอบไปเที่ยวป่า เที่ยวเขา ลุยๆ แบบนี้อาจจะต้องใช้ประกันที่มีวงเงินสูงหน่อย เพื่อความอุ่นใจของทุกๆ ฝ่ายครับ
 

4. รายได้

ขึ้นชื่อว่าการทำประกัน ถ้าจะไม่ให้พูดถึงเรื่องเงินคงเป็นไปไม่ได้ ใช่ครับ หากคนส่วนใหญ่มีไลฟ์สไตล์ หรือความเสี่ยงพอๆ กัน สิ่งที่จะเป็นตัวแปรในการเลือกประกันอย่างสุดท้ายคือ รายรับ

เหตุเพราะประกันภัยคือหนึ่งในการบริหารเงิน และการฝึกวินัยทางการเงิน ดังนั้นคงไม่ดีนักหากเรามีการทำประกันภัยที่สวนทางกับรายรับของเรา ไม่ว่าจะเป็นประกันในวงเงินที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปก็ตาม

ทำไมวงเงินน้อยเกินไปถึงจะมีปัญหา? อย่างที่เรากล่าวไว้ข้างต้นครับว่าสิ่งไม่คาดฝันย่อมเกิดได้ตลอด และมันจะดีกว่าหรือไม่หากเรามีทุนทรัพย์แล้วทำการลงทุนกับประกันอุบัติเหตุ เป็นการป้องกันและกระจายความเสี่ยงล่วงหน้าไปในตัว
แล้วเราจะเลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี

แล้วเราจะเลือกวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ดี ?

วิธีการเลือกวงเงินคุ้มครองของประกันอุบัติเหตุนั้น นอกจากจะดูเรื่องของ อายุ อาชีพ การใช้ชีวิต และรายได้แล้ว นอกเหนือไปจากนั้นจะมีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมอีก 2 เรื่องก็คือ เรื่องของคนที่อยู่ด้านหลัง และ ค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เรื่องของคนที่อยู่ด้านหลัง หมายถึง หากว่าเราจากไปหรือพิการไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ตามปกติแล้วคนที่อยู่ด้านหลังเราจะลำบากหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว วิธีการคิดทุนประกันสามารถที่จะคิดได้ตามสูตรนี้

จำนวนวงเงินคุ้มครองที่เหมาะสม = (ค่าใช้จ่ายต่อปี x จำนวนปีที่ต้องการดูแล) + หนี้สิน

เช่น นาย ก. อายุ 45 ปี ครอบครัวมีรายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 8,000 บาท ปัจจุบันลูกอายุ 15 ปี ต้องการให้เงินครอบคลุมถึงวันที่ลูกเรียนจบปริญญาตรีที่อายุ 22 ปี (ต้องดูแล 7 ปี) ไม่มีหนี้สิน

      ((8,000 x 12) x 7) + 0 = 672,000 บาท

      นาย ก. จึงควรมีวงเงินคุ้มครองราว 672,000 บาท

ค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หมายถึง หากเกิดอุบัติเหตุแล้วเราต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อให้คุ้มครองค่ารักษานั้น ในการเลือกประกันอุบัติเหตุนั้นให้เราคิดในกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยมีวิธีการคิดดังนี้

วงเงินคุ้มครองของค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ = ค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เช่น หากประสบอุบัติเหตุรถชน มีค่ารักษาโดยประมาณ 4 แสนบาทต่อครั้ง ก็ควรเลือกวงเงินที่มากกว่า 4 แสนบาทเพื่อให้คุ้มครองค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ซึ่งในส่วนของค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุนี้มีความหลากหลายสูง เพราะบางประกันอุบัติเหตุอาจจะมีแยกย่อยวงเงินความคุ้มครองออกเป็น หลายส่วน เช่น ค่าชดเชยรายได้ ค่าปลงศพ เป็นต้น ที่จะต้องพิจารณาและเปรียบเทียบเพิ่มเติม

สำหรับผลิตภัณฑ์ประกัน ทางเงินติดล้อเองก็มีให้เลือกหลากหลายและครอบคลุม ตั้งแต่ประกันแบบซุปเปอร์คุ้ม 365 ที่จ่ายเบี้ยประกันเพียงวันละ 1 บาท แต่วงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 300,000 บาท ไปจนถึงประกันซุปเปอร์คุ้ม 1,299 ที่คุ้มครองสูงสุดถึง 400,000 บาท หากสนใจสามารถสอบถามได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาใกล้บ้าน หรือดูรายละเอียดที่ ประกันอุบัติเหตุเงินติดล้อ เลยครับ!

ที่เกี่ยวข้อง