หน้าแรก > บทความ > ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร

ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร

27 กันยายน 2562
line
ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร
สำหรับผู้ที่มีประกันรถยนต์ย่อมรู้จักกับคำว่า ค่าเสียหายส่วนแรก เป็นอย่างดี เพราะมีบางกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วคุณต้องออกค่าใช้จ่ายเองส่วนหนึ่ง

ซึ่งในขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ จะมีค่าเสียหายส่วนแรกเองก็มีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่แบบ Excess และ Deductible ถึงแม้ทั้ง 2 ชื่อนี้จะแตกต่างกัน แต่ก็มีกรณีการจ่ายที่ชวนให้งงจนหลายๆ คนแยกกันไม่ออก

วันนี้เงินติดล้อจะช่วยไขข้อข้องใจ ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร หาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยครับ!
 

ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess

ค่า Excess หมายถึง ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ ภาคบังคับ ซึ่งจะมีระบุไว้ในเงื่อนไข โดยจะมีข้อกำหนดว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ใช้รถจะต้องรับผิดชอบร่วมกับบริษัทประกันภัยเป็นค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท (แม้จะมีประกันชั้น 1 ก็ต้องจ่าย) โดยขึ้นอยู่กับกรณีดังนี้
  1. อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการชน หรือรถพลิกคว่ำ
  2. อุบัติเหตุที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้

ทำไมถึงต้องจ่ายค่า Excess?

เชื่อว่าหลายๆ คนต้องสงสัยว่า ทั้งๆ ที่จ่ายเบี้ยประกันแล้ว ทำไมเราถึงยังต้องจ่ายค่า Excess อยู่ล่ะ คำตอบนั้นมีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ
  1. เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้เอาประกันแจ้งเคลมทั้งที่ไม่ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง อย่างเช่น อยากทำสีรถใหม่เลยใช้คัตเตอร์กรีดให้เป็นรอยแล้วแจ้งเคลมกับประกัน
  2. เพื่อให้ผู้เอาประกันไม่เกิดความประมาทในการขับรถ ไม่ใช่ว่าจะขับแบบไหนก็ได้เพราะรู้อยู่แล้วว่าประกันจะจ่ายค่าเสียหายให้
ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร
 

กรณีไหนที่ต้องเสียหรือไม่เสียค่า Excess

เมื่อทราบกันแล้วว่าค่า Excess หมายถึงอะไร แต่ยังไม่เห็นภาพชัดว่ากรณีไหนบ้างที่ต้องเสียหรือไม่เสียค่าใช้จ่าย มาดูรายละเอียดของเรื่องนี้กันเลยดีกว่าครับ

กรณีที่ต้องเสีย ได้แก่ กรณีที่รถของคุณเกิดความเสียหายแต่ ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ หรือมีสาเหตุที่ไม่ชัดเจน เช่น
  • มีรอยขีดข่วนจากของมีคม หรือถูกกลั่นแกล้ง
  • มีรอยบุบเพราะหินหรือวัสดุใดๆ กระเด็นใส่
  • เฉี่ยวเข้ากับต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือลวดหนาม
  • รถตกหลุม หรือครูดไปกับพื้นถนน
  • ถูกสัตว์กัด ข่วน หรือแทะ
อย่างไรก็ตาม ค่าเสียหายส่วนแรกสำหรับกรณีเหล่านี้จะเรียกเก็บครั้งละ 1,000 บาท ตามจำนวน เหตุการณ์ ไม่ใช่ต่อร่องรอยความเสียหาย ยกตัวอย่างเช่น รถของคุณถูกก้อนหินกระเด็นใส่มีรอยบุบ 3 รอย ก็จ่ายเพียง 1,000 บาท

แต่ถ้าหากรถของคุณมีรอยบุบจากหินกระเด็นใส่ และมีรอยขีดข่วนจากรั้วลวดหนามด้วย จะนับเป็นความเสียหายจาก 2 เหตุการณ์ แปลว่าคุณต้อง 1,000 บาท x 2 เหตุการณ์ เท่ากับ 2,000 บาทนั่นเอง

กรณีที่ไม่ต้องเสีย ได้แก่ กรณีที่รถของคุณเกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายที่สามารถ ระบุคู่กรณีได้ หรือมีภาพหลักฐานเหคุการณ์ที่ระบุได้ชัดเจน เช่น
  • รถชนเข้ากับพาหนะอื่นและสามารถแจ้งรายละเอียดของคู่กรณีได้
  • รถชนเข้ากับฟุตปาท กำแพง ป้ายจราจร ต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้า
  • รถชนเข้ากับคน หรือสัตว์
  • รถพลิกคว่ำ
อย่างไรก็ตาม ประกันจะไม่คุ้มครองกรณีที่อุบัติเหตุเหล่านี้เกิดจาก เมาแล้วขับ ขับรถแข่งซิ่ง หรือใช้ในกรณีที่คุณทำผิดกฏหมายทุกกรณี เพราะฉะนั้น พยายามขับรถกันอย่างระมัดระวังและเคารพกฏหมายกันด้วย เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ประกันจะไม่จ่ายให้นะครับ
 

ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible

ค่า Deductible หมายถึง ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ ภาคสมัครใจ ซึ่งจะค่อนข้างแตกต่างจากแบบ Excess เพราะเป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณยอมเสียให้กับบริษัทประกันทุกครั้งที่มีการเคลมในอุบัติเหตุ ที่คุณเป็นฝ่ายผิด 
 
โดยในขั้นตอนการทำประกัน จะมีเงื่อนไขให้คุณเลือกที่จะจ่ายค่า Deductible หรือไม่ ซึ่งถ้าคุณยอมจ่ายจะช่วยลดเบี้ยประกันตามจำนวนค่า Deductible ที่คุณระบุไว้

เช่น เบี้ยประกันรายปี 10,000 บาท แต่หากคุณระบุว่า ยินดีจ่ายค่า Deductible ทุกครั้งที่เกิดเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด 2,000 บาท ซึ่งจะไปหักลบกับเบี้ยประกัน ทำให้คุณต้องจ่ายเพียง 8,000 บาทเท่านั้น

แต่ค่า Deductible นี้ไม่ได้มีทุกบริษัท หากคุณสนใจในเงื่อนไขนี้แนะนำให้สอบถามข้อมูลกันให้ดีๆ ก่อนนะครับ

ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร
 

จ่าย หรือ ไม่จ่าย แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

เมื่อทราบกันแล้วว่าค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible คืออะไร ก็มาถึงคำถามที่ว่าเลือก จ่าย หรือ ไม่จ่าย แบบไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน? ซึ่งคำตอบก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณมีเชี่ยวชาญในการขับรถมากแค่ไหน

หากคุณเป็น ผู้ชำนาญในการขับรถ และมั่นใจว่าการขับของคุณปลอดภัย ไม่ไปเฉี่ยวหรือชนเข้ากับอะไรง่ายๆ แน่นอน ก็ควรเลือกที่จะจ่ายค่า Deductible นี้ เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดเบี้ยประกันในแต่ละปีไปได้มาก และแม้จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ไมต้องจ่ายอะไรเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าหากคุณ ไม่ชำนาญในการขับรถ หรือยังเป็นมือใหม่หัดขับอยู่ และคิดว่ารถของคุณมีโอกาสที่จะชนนู่นชนนี่บ่อยครั้ง เงินติดล้อแนะนำว่าให้คุณเลือกไม่จ่ายค่า Deductible จะดีที่สุด มิฉะนั้นค่าเบี้ยประกันที่ลดลงมา อาจไม่คุ้มกับค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณต้องจ่ายในทุกๆ ครั้งก็ได้
 

สรุป

เท่านี้ทุกคนก็คงจะทราบข้อมูลของค่าเสียหายส่วนแรกทั้งแบบ Excess และแบบ Deductible กันแล้ว อย่างไรก็ตามเงินติดล้ออยากให้ทุกท่านขับขี่กันอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง และไม่ต้องควักกระเป๋าออกมาจ่ายในค่าเสียหายส่วนนี้กันนะครับ

แต่หากคุณกำลังมองหาบริษัทประกันภัยที่ไม่มี Deduct (ค่าเสียหายส่วนแรก) คุณสามารถปรึกษากับเรา เงินติดล้อ ได้เลยครับ เราเป็นโบรกเกอร์ที่มีประกันภัยรถยนต์ให้คุณเลือกหลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาคุณได้อย่างตรงจุด ติดต่อขอรายละเอียดได้ลิงค์ ประกันภัยรถยนต์กับเงินติดล้อ เรายินดีให้บริการทุกคนครับ

ที่เกี่ยวข้อง