หน้าแรก > บทความ > พ.ร.บ.ขาดต้องทำอย่างไร ไม่ต้องกังวล!!

พ.ร.บ.ขาดต้องทำอย่างไร ไม่ต้องกังวล!!

05 กรกฎาคม 2562
line
พ.ร.บ.ขาดต้องทำอย่างไร ไม่ต้องกังวล!!
หนึ่งในคำถามสุดฮิตเกี่ยวกับรถยนต์ไม่ว่าจะจากการสอบถามผ่านโทรศัพท์หรือการตั้งคำถามในโลกออนไลน์ ยังหนีไม่พ้นเกี่ยวกับพ.ร.บ.

สิ่งที่ได้จากพ.ร.บ.คืออะไร ? ทำไมต้องมีการจ่ายเงินอยู่เรื่อยๆ และที่สำคัญคือหากพ.ร.บ.ขาดจะต้องทำอย่างไร ถูกจับดำเนินคดีหรือเปล่า บทความนี้จะมาชี้แจงแถลงไขเกี่ยวกับเรื่องพ.ร.บ. รวมถึงการต่อพ.ร.บ.อย่างง่ายสำหรับทุกๆ คน
 

สิ่งควรรู้เกี่ยวกับพ.ร.บ.


สำหรับผู้ที่ขับรถอยู่แล้วคงทราบเกี่ยวกับพ.ร.บ.กันบ้างระดับหนึ่ง แต่คนที่ไม่ได้ขับรถเป็นประจำหรือขับมาเป็นเวลานานจนลืม จึงต้องขอรื้อฟื้นเกี่ยวกับพ.ร.บ.นี้แบบสั้นๆ

พ.ร.บ. หรือชื่อเต็มๆ คือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่เปรียบเสมือนหลักประกันของรถทุกคันยามที่ประสบเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้รถที่มีพ.ร.บ.ได้รับความคุ้มครอง รวมถึงเงินค่ารักษา แม้ว่าจะไม่ได้ทำประกันรูปแบบอื่นก็ตาม
 
ซึ่งรถทุกชนิดจำเป็นต้องทำพ.ร.บ.ก่อนจึงสามารถต่อทะเบียนรถได้

เห็นแบบนี้แล้ว ใช่ว่าการเสียเงินเพื่อต่อพ.ร.บ.จะไม่คุ้มค่า รถที่ทำพ.ร.บ.นั้นจะได้สิทธิประโยชน์ดังนี้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
 

ค่าเสียหายที่เบื้องต้น

  • จ่ายค่ารักษาสูงสุด 30,000 บาทต่อคน
  • พิการหรือเสียชีวิต 35,000 บาทต่อคน

ค่าเสียหายที่ได้หากพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูก

  • จ่ายค่ารักษาตามจริงสูงสุด 80,000 บาทต่อคน
  • พิการหรือเสียชีวิต 300,000 บาทค่อคน
  • จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล รับเงินชดเชย 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วัน
สรุปรวมแล้วค่าเสียหายทั้งหมดที่สามารถชดเชยให้ได้จะไม่เกิน 304,000 บาท

ความแตกต่างของพ.ร.บ.จักรยานยนต์และพ.ร.บ.รถยนต์


แน่นอนว่ารถบนถนนประเทศไทยมีหลากหลายประเภท ทั้งสองล้อ สี่ล้อ หรือมากกว่า นั่นก็ส่งผลให้พ.ร.บ.มีความแตกต่างกันด้วย ซึ่งประเด็นที่เห็นภาพที่ชัดที่สุดคือ ค่าใช้จ่ายในการทำพ.ร.บ.
 

ค่าใช้จ่ายสำหรับพ.ร.บ.รถยนต์


สำหรับค่าใช้จ่ายของพ.ร.บ จักรยานยนต์ส่วนบุคคล ต่อปีมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
  • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 ที่นั่ง : 600 บาท
  • รถยนต์โดยสารเกิน 7 ที่นั่ง : 1,100 ถึง 3,740 บาท
  • รถบรรทุก : 900 ถึง 1,700 บาท
  • รถพ่วง : 600 บาท

ค่าใช้จ่ายสำหรับพ.ร.บ.จักรยานยนต์

สำหรับค่าใช้จ่ายของพ.ร.บ จักรยานยนต์ส่วนบุคคล ต่อปี จะขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ไม่เกิน 75 ซี.ซี. : 150 บาท
  • เกินแต่ 75 ซี.ซี. แต่ไม่เกิน 125 ซี.ซี.​ : 300 บาท
  • เกินแต่ 125 ซี.ซี. แต่ไม่เกิน 150 ซี.ซี. : 400 บาท
  • เกิน 150 ซี.ซี. : 600 บาท
อนึ่ง รถยนต์ในหมวดอื่นๆสามารถตรวจสอบราคากลางได้ที่อัตราเบี้ยประกันภัยคปภ. เพื่อความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล โดยอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการทำพ.ร.บ. หรือต่อ พ.ร.บ.
 

ผลเสียของการไม่มีพ.ร.บ. หรือพ.ร.บ.ขาด


ถ้าหากไม่ดำเนินการต่อพ.ร.บ.ล่ะ จะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง ลองมาดูผลกระทบที่อาจจะเกิดกัน
 

เกิดอุบัติเหตุ (ไม่มีคู่กรณี)

หากเกิดเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น เฉี่ยวชนกำแพง ชนต้นไม้ หรือไถลขอบฟุตบาธ แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามข้อกำหนดในพ.ร.บ. ทั้งสิ้น
 

ชนคนอื่น

ถ้าหากรถที่ไม่มีพ.ร.บ.กระทำความผิดโดยชนผู้อื่น ทางผู้เสียหายสามารถขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นได้จากกรมการประกันภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ โดยจะได้ค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 15,000 บาท และทางหน่วยงานจะทำการเก็บเบี้ยส่วนนั้นคืนจากเจ้าของรถ พร้อมกับทำการปรับ และชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
 

ถูกคนอื่นชน

สำหรับกรณีที่ประสบเหตุถูกรถคันอื่นชน กรณีที่ฝ่ายผิดมีพ.ร.บ. ผู้ถูกชนก็ยังได้รับความคุ้มครองในฐานะผู้เสียหาย โดยสามารถเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นได้ ไม่เกิน 15,000 บาท และหากเสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชย 35,000 บาท
 

โดนค่าปรับ

นอกเหนือจากความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุแล้ว การที่พ.ร.บ. ขาดยังอาจส่งผลให้ถูกพี่ๆ ตำรวจจราจรเรียกจนต้องเสียค่าปรับได้ ซึ่งอัตราค่าปรับจะไม่เกิน 10,000 บาท ที่ดูแล้วไม่คุ้มเลย ทางที่ดีทำการต่อพ.ร.บ. ก่อนหน้าจะดีที่สุด


พ.ร.บ.ขาดนานเท่าใดจึงต้องต่อ

สำหรับพ.ร.บ.ในความเป็นจริงๆ ควรมีการต่ออย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหากขาดล่ะก็ต้องดูเป็นรายกรณีไป ซึ่งจะมีความแตกต่างตามนี้
  • ขาดไม่เกิน 1 ปี : สามารถต่อภาษีได้โดยไม่เสียค่าปรับด้านพ.ร.บ.เพิ่มเติม แต่อาจโดนปรับในแง่ของภาษีรถ
  • ขาดเกิน 2 ปี : ต้องมีการนำรถไปตรวจสภาพและเดินเรื่องด้วยตนเองที่ขนส่ง โดยดำเนินการต่อทะเบียนรถและเสียค่าปรับ โดยเตรียมเอกสารไปให้พร้อม ซึ่งจะมีรายการดังนี้
    1. ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ
    2. สมุดทะเบียนรถ
    3. สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถ
      แล้วทำการแจ้งกับกรมขนส่งเพื่อดำเนินเรื่องในขั้นต่อไป ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าจดทะเบียน ต่อภาษี รวมไปถึงค่าเช็คสภาพ
  • ขาดเกิน 3 ปี : ในกรณีขาดเกิน 3 ปีรถน่าจะถูกระงับทะเบียนไปแล้ว ต้องทำการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ พร้อมกับเสียค่าปรับ ซึ่งอาจมีการเก็บภาษีรถยนต์ย้อนหลัง โดยต้องเตรียมเอกสารใกล้เคียงกับการต่อทะเบียน ซึ่งก็คือ
    1. ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ
    2. สมุดทะเบียนรถ
    3. สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถ
      ซึ่งทางขนส่งอาจมีการขอเอกสารต่างๆเพิ่ม หากไม่มั่นใจสามารถติดต่อสอบถามทางขนส่งโดยตรงได้เลย

ต่อพ.ร.บ.กับเงินติดล้อได้ง่ายๆ

แน่นอนว่ามีทางง่ายๆสำหรับการต่อพ.ร.บ. เมื่อคุณสามารถดำเนินการได้ที่บริษัทเงินติดล้อ ซึ่งรับต่อพ.ร.บ.รถทุกประเภท ทั้งจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถพ่วง รถแทรกเตอร์ ในราคาย่อมเยาแบบไม่หมกเม็ดค่าใช้จ่าย แถมไม่คิดค่าบริการ

หากสนใจสามารถต่อพ.ร.บ.ได้ที่เงินติดล้อทุกสาขาทั่วประเทศ หรือเข้าดูรายละเอียดพ.ร.บ.ต่อได้ที่ พ.ร.บ.กับเงินติดล้อ พวกเรายินดีให้บริการครับ!

ที่เกี่ยวข้อง