หน้าแรก > บทความ > เจาะลึก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ทำไมถึงต้องมี แล้วเราจะใช้มันได้อย่างไร

เจาะลึก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ทำไมถึงต้องมี แล้วเราจะใช้มันได้อย่างไร

22 พฤษภาคม 2562
line
เจาะลึก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ทำไมถึงต้องมี แล้วเราจะใช้มันได้อย่างไร
“ทำไมต้องต่อพ.ร.บ.ด้วย ยุ่งยากจะตาย”

เชื่อเถอะครับ สำหรับเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ทั้งหลายถ้าไม่ใช่ว่าเคยได้ยินประโยคดังกล่าว (หรือใกล้เคียง) ก็ต้องแอบคิดขึ้นมาบ้างว่าจริงๆ แล้วประกันปกติให้เลือกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ทำไมเราต้องลำบากเสียเงินต่อ พ.ร.บ.ด้วย

ทางเราจึงมาเจาะลึกกันครับว่าจริงๆ แล้ว พ.ร.บ.นี้มีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องมี แล้วเราจะใช้งานเจ้า พ.ร.บ.นี้ได้อย่างไร ให้ทุกคนคลายข้อสงสัยที่อาจค้างคาใจกันมานานแสนนาน
 

ที่มาของ พ.ร.บ.จักรยานยนต์


หลังจากการใช้งานของรถยนต์เริ่มแพร่หลาย ก็ปรากฏผู้ขับขี่รถที่รวดเร็ว อันตราย ไม่คำนึงถึงผู้อื่นบนท้องถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เกิดความสูญเสียทั้งฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถใช้ถนน หรือคนธรรมดาข้างทางก็ตาม

ประเทศอังกฤษจึงริเริ่ม พ.ร.บ.การจราจรบนท้องถนนขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้เคราะห์ร้ายใน เหตุไม่คาดฝันบนท้องถนน ว่าจะได้รับเงินชดเชยเบื้องต้นอย่างแน่นอน หลังจากนั้นหลายประเทศทั่วโลกก็เริ่มประกาศใช้ พ.ร.บ.รูปแบบเดียวกันเป็นของตัวเอง และพัฒนาเป็น พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ร.บ.จักรยานยนต์ แจกแจงตามความเหมาะสมตามแต่ละพื้นที่

ในปัจจุบันการคุ้มครองของ พ.ร.บ.กว้างขึ้นและครอบคลุมขึ้นเยอะครับ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.จักรยานยนต์ ที่มีการปรับปรุงวงเงินและการทำงานให้รวดเร็วขึ้น
 

พ.ร.บ.คุ้มครองอะไรบ้าง


ดังที่กล่าวไปครับว่าหน้าที่ที่แท้จริงของตัว พ.ร.บ. คือการคุ้มครองค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ แล้วผ่านการปรับปรุงมา ตอนนี้ พ.ร.บ.จักรยานยนต์คุมครองอะไรเราบ้าง ดูรายละเอียดกันเลยครับ
 

ค่าเสียหายเบื้องต้น ยังไม่ต้องพิสูจน์ความผิด


คือค่าใช้จ่ายที่ พ.ร.บ.จะดำเนินการชดเชยให้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน สามารถเบิกจ่ายได้ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด ครอบคลุมทั้งคนขับและคนซ้อน
  • ค่ารักษาพยาบาล จ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง วงเงินไม่เกิน 30,000 บาท /คน
  • เสียชีวิต ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ ชดเชย 35,000 บาท /คน
ค่าสินไหมทดแทน พิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก


ค่าสินไหมทดแทน พิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก


คือค่าใช้จ่ายที่ พ.ร.บ.จะชดเชยให้เมื่อพิสูจน์แล้วว่าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูก ครอบคลุมทั้งคนขับและคนซ้อนเช่นกัน โดยมีการคุ้มครองดังนี้
  • ค่ารักษาพยาบาล จ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง วงเงินไม่เกิน 80,000 บาท
  • เสียชีวิต ทุพพลภาพ ชดเชย 300,000 บาท
  • สูญเสียอวัยวะ
    • นิ้วขาด 1 ข้อขึ้นไป ชดเชย 200,000 บาท
    • สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน ชดเชย 250,000 บาท
    • สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วน ชดเชย 300,000 บาท
  • หากมีการรักษาตัวในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ชดเชยวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน
สิ่งสำคัญเราต้องอย่างลืมว่าความคุ้มครองทั้งหมดนี้จะคุ้มครองเพียงการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่านั้น ไม่ได้ชดเชยไปถึงค่าซ่อมแซมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุนะครับ
 

พ.ร.บ.จักรยานต์ยนต์ เคลมอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง


เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลต่างๆ จะอยู่ในการคุ้มครองของพ.ร.บ.ก่อนเสมอ ถ้าค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีมากขึ้นจนเกินวงเงิน จึงจะสามารถเคลมสิทธิอื่นๆ ได้ เช่น ประกันสุขภาพถ้วนหน้า สิทธิ์ประกันสังคม ต่อด้วยการเบิกจ่ายประกันอื่นๆ โดยมีวิธีการตามนี้
 

ขั้นต้อนการแจ้งเคลม

  1. หลังจากนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ให้ดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลว่าขอใช้สิทธิ์เบิกตาม พ.ร.บ. และอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่น เกิดเหตุที่ไหน เกิดได้อย่างไร รวมถึงเลขทะเบียน รุ่น รถที่เกี่ยวข้อง
  2. ทางโรงพยาบาลจะดำเนินการประสานงานเพื่อดูแลสิทธิ์การเคลมตาม พ.ร.บ. ซึ่งโดยส่วนมากจะมีหน่วยงานภายในดูแลด้านนี้อยู่แล้ว
  3. แจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการสอบสวนเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมค่าสินไหมทดแทน ที่ต้องพิสูจน์ว่าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูก
  4. ยื่นเอกสารสำหรับเคลมที่บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยภายใน 180 วันหลังเกิดเหตุ ซึ่งจะได้รับเงินชดเชยภายใน 7 วันทำการ (โทร. 1791)

เอกสารสำหรับการเคลม


กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย
  1. สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรองแล้ว
  2. สำเนาใบขับขี่ เซ็นรับรองแล้ว
  3. ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
กรณีบาดเจ็บจนต้องนอนโรงพยาบาล
  1. สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรองแล้ว
  2. สำเนาใบขับขี่ เซ็นรับรองแล้ว
  3. ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ถ้ามี)
  4. ใบรับรองแพทย์ ระบุว่าจำเป็นต้องพักรักษาในโรงพยาบาล
กรณีทุพพลภาพ
  1. สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรองแล้ว
  2. สำเนาใบขับขี่ เซ็นรับรองแล้ว
  3. ใบรับรองแพทย์
  4. หนังสือรับรองความพิการ
  5. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
กรณีเสียชีวิต
  1. สำเนาบัตรประชาชนผู้เสียชีวิต
  2. ใบมรณบัตร
  3. สำเนาบัตรประชาชนทายาทหรือผู้รับมรดก
  4. สำเนาทะเบียนบ้านทายาทหรือผู้รับมรดก
  5. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
ทั้งนี้ทางบริษัทประกันอาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติมเป็นรายกรณีไปครับ เช่นสำเนาทะเบียนรถ หรือ เอกสารบันทึกประวันตัวจริงเป็นต้น
 

ค่าใช้จ่ายสำหรับ พ.ร.บ.จักรยานยนต์


ในการแง่คุ้มครองทางรถยนต์ พ.ร.บ.รถยนต์และรถจักรยานยนต์นั้นเหมือนกันครับ สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือค่าใช้จ่ายในการทำ พ.ร.บ. ซึ่งจักรยานยนต์จะขึ้นอยู่กับ CC ของเครื่องครับ โดยมีราคาประมาณการดังนี้

เครื่องยนต์ไม่เกิน 75 CC 150 บาทขึ้นไป
เครื่องยนต์ 75 - 125 CC 350 บาทขึ้นไป
เครื่องยนต์125 - 150 CC 450 บาทขึ้นไป
เครื่องยนต์มากกว่า 150 CC 650 บาทขึ้นไป



ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ยังไม่รวมค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามการติดต่อเพื่อดำเนินการทำ พ.ร.บ. ครับ โดยที่รายละเอียดของเครื่องยนต์เราสามารถดูได้ที่หน้ารายการจดทะเบียนของเล่มเขียว (สมุดทะเบียน) มอเตอร์ไซค์ครับผม

โดยที่การต่อพรบ.ใช้เพียงแค่สำเนาทะเบียนรถและสำเนาบัตรประชาชนแค่นั้นเองครับ และในปัจจุบันขั้นตอนการยื่นทำ พ.ร.บก็ไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยก่อนแล้ว ขอแค่เอกสารครบก็สามารถทำได้ทันที
 

สรุป


พ.ร.บ. คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับการใช้รถใช้ถนน เพราะมันเหมือนกับเป็นประตูบานแรกในการช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเวลาเราประสบเหตุไม่คาดฝัน​ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มีความเสี่ยงสูง ทางที่ดีทุกคนควรมีการต่อ พ.ร.บ. เพื่อที่จะเดินทางได้อย่างสบายใจ

หากคุณสนใจที่จะต่อ พ.ร.บ.จักรยานยนต์สามารถติดต่อทางบริษัทเงินติดล้อเลยครับ เรารับต่อ พ.ร.บ.รถ ทุกชนิด ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง จะรถอายุกี่ปีก็สามารถต่อให้ได้ แถมต่อได้เร็ว รอรับได้ทันที ดูรายละเอียดที่ ต่อ พ.ร.บ.กับเงินติดล้อ หรือติดต่อที่เงินติดล้อทุกสาขาทั่วประเทศได้เลยครับ

ที่เกี่ยวข้อง