หน้าแรก > บทความ > 6 วิธีเก็บเงินให้อยู่ สู่ความมั่งคั่งในวันข้างหน้า

6 วิธีเก็บเงินให้อยู่ สู่ความมั่งคั่งในวันข้างหน้า

13 พฤศจิกายน 2562
line
6 วิธีเก็บเงินให้อยู่ สู่ความมั่งคั่งในวันข้างหน้า
หลายคนอาจมองว่า วิธีเก็บเงินให้อยู่ เป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน สุดท้ายก็เผลอเอาเงินนั้นไปใช้จ่ายทุกที แต่ความจริงแล้วการเก็บเงินนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้เก็บ ถ้าสามารถควบคุมตัวเองได้ การจะมีเงินก้อนใหญ่ในอนาคตก็ไม่ใช่แค่ฝัน

วันนี้เงินติดล้อมีเคล็ดวิธีเก็บเงินให้อยู่มาให้ทุกคนได้ลองทำตาม ต่อให้เป็นคนเก็บเงินยากแค่ไหนก็สามารถมีเงินออมมากขึ้นได้ มาดูกันเลยครับ!
 

เหตุผลที่คนส่วนมากเก็บเงินไม่อยู่

6 วิธีเก็บเงินให้อยู่ สู่ความมั่งคั่งในวันข้างหน้า

สำหรับคนส่วนใหญ่ เมื่อมีเงินอยู่ในมือแล้วมักจะคิดกันว่า “ใช้ไปก่อนแล้วสิ้นเดือนเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ” แต่รู้ตัวอีกทีพอเข้ากลางเดือนเงินก็แทบไม่เหลือแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้เก็บเงินสักบาท

ยิ่งเป็นวัยทำงานที่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ เงินส่งทางบ้าน ฯลฯ การจะมีเงินเหลือเก็บตอนสิ้นเดือนได้นั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่

แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมนี้สามารถปรับปรุงได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำตามเทคนิคนิคดังต่อไปนี้!
  1. เก็บก่อนใช้

    ถ้าคิดว่าตัวเองไม่สามารถเหลือเกินไว้เก็บตอนสิ้นเดือนได้ วิธีเก็บเงินให้อยู่วิธีแรกก็คือ หักดิบเก็บเงินก่อนใช้ไปเลย!

    ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณได้เงินเดือนมาแล้ว ให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่มีและประมาณเงินที่สามารถเก็บได้ในเดือนนั้น แล้วแยกเงินส่วนที่เก็บได้ออกมาต่างหากทันที โดยอาจโอนไปยังอีกบัญชีธนาคารหนึ่ง หรือหยอดกระปุกออมสินเอาไว้

    หรือถ้าคุณต้องการความสะดวก ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นจากธนาคารที่สามารถตั้งค่าโอนเงินอัตโนมัติได้ในทุกๆ เดือน

    ถ้าคุณกลั้นใจไม่ถอนเงินที่มีส่วนนั้นออกมาใช้ได้ รับรองว่าคุณจะมีเงินเก็บในทุกๆ เดือนอย่างแน่นอน
  2. แบ่งเงินเป็นสัดส่วน

    วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยากบริหารการเงินให้ดีในทุกๆ ด้าน ทั้งเงินเก็บ เงินที่ใช้ และหนี้สินต่างๆ อีกทั้งยังทำให้คุณเห็นภาพรวมของเงินด้วยว่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง

    โดยการแบ่งสัดส่วนเงินหลักหักค่าใช้จ่ายแล้ว เงินติดล้อขอแนะนำให้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
    • เงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 60%
    • เงินสำหรับใช้จ่ายเพิ่มความสุขให้ตัวเอง 20%
    • เงินสำหรับเก็บออม 10%
    • เงินเผื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน 10%
    โดยสัดส่วนนี้จะทำให้คุณสามารถใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เป็นการฝืนตัวเองให้เก็บเงินเยอะจนเกินไป อีกทั้งยังมีเผื่อไว้จ่ายยามฉุกเฉินอีกด้วย
  3. ตั้งเป้าหมายในการเก็บเงิน

    6 วิธีเก็บเงินให้อยู่ สู่ความมั่งคั่งในวันข้างหน้า
    บางทีที่คุณยังเก็บเงินไม่อยู่เพราะไม่รู้จะเก็บไปทำอะไรเสียมากกว่า ฉะนั้นหากตั้งเป้าหมายว่า “เราจะเก็บเงินเพื่อสิ่งนี้!” อาจช่วยสร้างความฮึกเหิมในการเก็บเงินได้

    ยกตัวอย่างเช่น อยากมีเงินแสนตอนอายุ 25 ภายในสิ้นปีจะต้องมีเงินพอสำหรับไปต่างประเทศ หรือเพื่อเปิดกิจการสร้างธุรกิจส่วนตัว ...การสร้างแรงจูงใจนี้จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้ง่ายกว่าการที่เก็บไปเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมาย
  4. กำหนดจำนวนเงินที่ต้องใช้

    ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีที่เรียบง่ายที่สุด นั่นก็คือการกำหนดเงินที่ใช้ในแต่ละวัน อย่างตอนเด็กๆ ที่คุณได้เงินมาใช้วันละ 100 บาท แต่ก็มีพอกินพอใช้สบายๆ

    คราวนี้ลองเปลี่ยนมาคำนวณเพื่อใช้สำหรับปัจจุบันดูบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ใน 1 วันมีค่าอาหารเช้า กลางวัน และเย็นประมาณ 180 บาท ค่ารถไปกับ 50 บาท เมื่อลองประมาณเผื่อค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว คุณอาจนำเงินออกไปใช้เพียงวันละ 300 บาทไม่เกินกว่านี้

    แนะนำว่าให้นำเงินรายวันเก็บเป็นซองไว้ พอจะออกจากบ้านก็หยิบเงินถุงเงินไปใช้ เป็นการบังคับรายจ่ายที่ได้ผลดีทีเดียว
  5. เลือกเก็บแบงค์ 50

    วิธีนี้เป็นที่นิยมและค่อนข้างได้ผล อีกทั้งยังไม่สร้างภาระทางการเงินมากนักเพราะแบงค์ 50 มีโอกาสที่จะได้รับมาค่อนข้างน้อย แต่เมื่อผ่านไปนานๆ เข้าคุณอาจเก็บไว้ได้หลักพันถึงหลักหมื่นบาทโดยไม่รู้ตัว

    ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างโด่งดังในโลกออนไลน์ มีผู้ที่ทดลองวิธีเก็บเงินเช่นนี้จำนวนมากแล้วได้ผล เป็นอีกวิธีเก็บเงินให้อยู่อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งได้ผลดีทีเดียว
  6. บันทึกรายรับรายจ่าย

    การทำบันทึกรายรับรายจ่ายจะทำให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเป็นยังไงบ้าง ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกินไปหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นและปรับลดได้ ซึ่งตอนนี้มีแอพพลิเคชั่นจัดการรายรับจ่ายเยอะมาก สามารถวิเคราะห์ได้เลยว่าตอนนี้คุณใช้จ่ายส่วนไหนเยอะที่สุด เงินออมคุณอยู่ในเกณฑ์ดีหรืออันตราย

    หลายท่านใช้วิธีนี้แล้วไม่ได้ผล เลยอยากแนะนำทริคง่ายๆ คือ จดทุกครั้งที่ใช้ ช่วงแรกอาจจะยากแต่พยายามทำให้ครบ 1 สัปดาห์ แล้วการบันทึกรายรับรายจ่ายจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

ลงทุนในธุรกิจ แนวคิดเพื่อการมีเงินอย่างยั่งยืน

การเก็บเงินนั้นก็มีขีดจำกัดอยู่ที่ปริมาณเงินที่เก็บได้จะคงเดิม ไม่เสี่ยงที่จะสูญหาย แต่ถ้าอยากมีรายได้เพื่อความมั่งคั่งในวันข้างหน้า อีกวิธีที่แนะนำคือ การสร้าง Passive income หรือเรียกว่า การให้เงินทำงานแทน ในทีนี้เป็นได้ทั้ง นำเงินไปลงทุนต่างๆ หรือสร้างสิ่งที่คุณไม่ต้องลงแรงแต่เงินก็เข้ามาเรื่อยๆ (ส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์) ยกตัวอย่างเช่น

6 วิธีเก็บเงินให้อยู่ สู่ความมั่งคั่งในวันข้างหน้า
  • การลงทุนในกองทุน
    กองทุนสามารถรองรับได้ทุกระดับความเสี่ยง และเงินต้นไม่หาย เหมาะสำหรับหนุ่มออฟฟิศที่อยากเริ่มเข้ามาลงทุนมากขึ้น ก่อนจะก้าวกระโดดไปตลาดหุ้นที่ความเสี่ยงสูง ตามผลตอบแทนที่สูงตาม ซึ่งการลงทุนแต่ละประเภทจะขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละบุคคล
  • มีสื่อออนไลน์เป็นของตัวเอง
    ในที่นี้จะพูดทั้ง การมีเพจเป็นของตัวเอง ช่อง Youtube ที่สามารถหารายได้ได้หลายทาง ซึ่ง Passive income คือ ค่าโฆษณาจากการเปิดคลิป หรือ ยอดคลิปโฆษณาบนแบนเนอร์เว็บไซต์ ทำให้อาชีพเหล่านี้ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
ที่มา:
https://moneyhub.in.th/article/saving-money-3-parts/
https://www.krungsri.com/bank/th/planyourmoney/must-stories/other-plan/cut-expense-save-more-money.html
https://www.sanook.com/money/421683/

ที่เกี่ยวข้อง