หน้าแรก > บทความ > 5 ข้อควรคิดก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว

5 ข้อควรคิดก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว

17 พฤษภาคม 2562
line
5 ข้อควรคิดก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว
ธุรกิจส่วนตัว เป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่หรือพนักงานที่ผ่านการทำงานมา แล้วนับสิบปีก็ตาม แต่การที่เราจะก้าวไปถึงฝั่งฝันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายซักเท่าใดนัก

สภาพเศรษฐกิจ การแข่งขัน เงินทุน หลายสิ่งหลายอย่างจะเริ่มประดังประเดเข้ามาใส่คนที่คิดตั้งตัวเป็นนายตัวเอง คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากจะต้องผ่านการคิด กลั่นกรอง วางแผนธุรกิจของตัวเองอย่างรัดกุมมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น มิฉะนั้นต่อให้ประสบความสำเร็จ มันก็อาจไม่ยืนยาวนักครับ

ในวันนี้เราเลยนำข้อคิดมาฝากกันว่าถ้าจะเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวซักอย่างเนี่ย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
 

1. ธุรกิจที่จะทำเหมาะกับเราขนาดไหน


ถ้าเป็นสมัยก่อนเราคงได้ยินคำพูดประมาณว่า ธุรกิจน่ะทำๆ ไปเถอะ จะรุ่งหรือร่วงเดี๋ยวเราก็เห็นเอง แต่ในตอนนี้มันไม่ง่ายขนาดนั้นแล้วครับ เพราะการแข่งขันมันสูง เลยทำให้เงินที่ต้องลงทุนเยอะตามไป ถ้าพลาดทีมีหวังเจ็บหนักแน่นอน

ดังนั้นก่อนคิดทำธุรกิจส่วนตัว ต้องดูความเหมาะสม ก่อนเสมอ ทั้งด้านทักษะที่เรามี ความชอบที่อยู่ในตัว รวมถึงคู่แข่งในตลาด ไม่อย่างนั้นเส้นทางที่เราคิดไว้ มันอาจยากลำบากกว่าเดิมจนพาลให้ถอดใจแต่เนิ่นๆ เลยก็ได้

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
  • ทักษะที่มี จะช่วยในการย่นระยะเวลาการทำธุรกิจ ทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วมากขึ้น เช่น ถ้าเรามีทักษะทางบัญชี เราก็สามารถจัดการการเงินได้ลงตัวกว่าไม่มี หรือถ้าเรามีทักษะด้านการทำอาหาร เราก็สามารถเปิดร้านอาหารได้โดยที่ไม่ต้องไปเรียนที่ไหนเพิ่มมากนัก
  • ความชอบ หลายคนไม่ใส่ใจและปล่อยปละละเลยเรื่องนี้ ทั้งที่มันเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการทำงาน ความชอบจะทำให้เราสามารถจดจ่อ มีสมาธิกับสิ่งต่างๆ ได้มากกว่า รวมถึงทำให้เราใจเย็น มีแรงสู้เมื่อเผชิญกับปัญหา และมีความสุขกับการทำงานแม้ใช้เวลานานก็ตาม
  • คู่แข่ง ทุกธุรกิจย่อมมีคู่แข่งไม่ว่าจะช้าก็เร็ว แต่มันคงจะดีกว่าถ้าเราไม่กระโดดลงทำธุรกิจที่มีคู่แข่ง อยู่เต็มตลาด หรือขายของที่มีคนขายอยู่เต็มพื้นที่ เพราะกว่าเราจะได้กำไรจากธุรกิจนั้นๆ คงต้องลงทุนไปอย่างมหาศาลเลยทีเดียว
เงินทุนสำหรับธุรกิจส่วนตัวคือปัจจัยหลัก


2. เงินทุนสำหรับธุรกิจส่วนตัวคือปัจจัยหลัก


เงิน ยังคงเป็นสิ่งที่คนเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวจำเป็นต้องใช้มากที่สุด ความชอบ ความพยายาม หรือความรู้ จะไม่แสดงประสิทธิภาพของมันอย่างเต็มที่เลยถ้าเราขาด เงิน
ดังนั้นก่อนทำธุรกิจ สิ่งที่ควรทำคือการวางแผนการเงินในการทำธุรกิจเสียก่อน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในระยะเริ่มต้น ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันในอนาคตสำหรับลงทุน ที่สำคัญ อย่านำค่าใช้จ่ายในการลงทุนมารวมกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่อย่างนั้นเราจะจัดการด้านการเงินลำบาก มีหลายธุรกิจที่ดูเหมือนไปได้สวย แต่พลาดง่ายๆ กับการใช้เงินที่หมุนในธุรกิจอย่างไม่มีการวางแผนมาแล้ว

อีกเรื่องคือการขอสินเชื่อเพื่อลงทุนในธุรกิจ คนที่คิดประกอบกิจการควรเลือกผู้ให้สินเชื่อหรือผู้ปล่อยกู้ที่เชื่อถือได้ มีกฎหมายรองรับ การกู้หนี้นอกระบบเพื่อมาประกอบธุรกิจส่วนตัวอาจทำให้เกิดความเสี่ยงหนี้บานทั้ง ต้นทั้งดอกในระยะยาว
  ห้ามขาดแผนธุรกิจ


3. ห้ามขาดแผนธุรกิจ


มีเงิน ต้องมีแผน...ขาดแผน ระวังขาดทุน

แผนธุรกิจ เปรียบเสมือนเครื่องนำทางชั้นยอดในการลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร ประเภทไหน ก็ต้องการการวางแผนล่วงหน้าด้วยกันทั้งนั้น

แล้วแผนนี้ต้องการอะไรบ้าง นี่คือส่วนประกอบของแผนธุรกิจคร่าวๆ ครับ
  • รายรับ เราได้เงินจากไหน ลูกค้าเป็นคนกลุ่มไหน เช่น เราลงทุนขายขนมหน้าโรงเรียน มีลูกค้าเป็นนักเรียน เราต้องขายขนมอะไรที่เด็กสมัยนี้อยากซื้อบ้าง
  • รายจ่าย ต้นทุนของเราเท่าไหร่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าที่ ค่าโฆษณา ค่าจ้างคน มีอะไรต้องเสียหรือไม่
  • กำไร ต้นทุนกับราคาทำธุรกิจนี้แล้วคุ้มค่าหรือไม่ ควรลดรายจ่ายหรือเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่นด้วย
  • พื้นที่ การลงทุนธุรกิจต้องอาศัยพื้นที่หรือเปล่า ถ้าเป็นการขายของทางอินเทอร์เน็ตจะต้องมีที่เก็บสินค้าหรือไม่ อย่างไร
  • ทำอย่างไรให้ดึงดูดลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายหรือธุรกิจอื่นๆ ก็ต้องคำนึงถึงข้อนี้ ทำอย่างไรคนถึงจะสนใจของๆ เรา แบรนด์เรา จำเป็นต้องโฆษณาอะไรมั้ย มีผลิตภัณฑ์อะไรที่เป็นจุดเด่นหรือเปล่า แม้แต่ร้านขายโตเกียวเองก็ยังมีไส้โตเกียวที่ขายดีกว่าไส้อื่นด้วยซ้ำไป

ในการวางแผน เราสามารถวางพวกหัวข้อเหล่านี้ไว้ในกระดาษแผ่นใหญ่ๆ เพื่อกำหนดทิศทางของธุรกิจให้ ชัดเจนมั่นคง ถ้าเวลาผ่านไปพักหนึ่งแล้ว เราอาจต้องเพิ่มในส่วนของหุ้นส่วน ความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ โครงสร้างราคาต่อสินค้าหนึ่งชิ้น อะไรประมาณนี้เข้าไปด้วย เพื่อที่แผนธุรกิจจะได้ครอบคลุมมากขึ้นครับ
 

4. ต้องใช้คนขนาดไหน


ต่อให้เป็นธุรกิจส่วนตัว แต่มันคงเดินหน้าต่อไปได้ยากหากไม่ได้รับความร่วมมือกับคนอื่นๆ หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจ เมื่อลงทุนต้องคิดก่อนเลยครับว่าต้องใช้คนมากแค่ไหน

ต้องใช้คนขนาดไหน

สมมติ นาย ก. ต้องการทำธุรกิจขายส่งสินค้าออนไลน์ นาย ก. ต้องสังเกตแล้วว่า สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าประเภทไหน ลำบากในการจัดส่งหรือไม่ ตัวนาย ก. สามารถขับรถเพื่อส่งของได้รึเปล่า ถ้าทำไม่ได้ ต้องใช้คนช่วยในจุดไหน หรือถ้าออเดอร์เยอะขึ้น ต้องเพิ่มคนในส่วนใด เช่น
  • คนซื้อเยอะ อาจต้องเพิ่มคนแพ็คของ คนส่งของ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
  • คนซื้อน้อย อาจต้องพิจารณาหาฝ่ายขายซักคน หรือเลือกคนมีความสามารถมาเพื่อติดต่องาน เป็นต้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากปริมาณคน เรายังต้องคำนึงถึงค่าจ้างและความคุ้มค่าหากเราต้องเสียเงินจ้างใครซักคนเข้ามาในทีมตัวเองด้วยนะครับ
 

5. การจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม


สิ่งสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้เลยคือ ความเสี่ยงในการทำธุรกิจ ครับ แม้เราอยากจะเติบโตไวในธุรกิจส่วนตัวที่เราถนัด แต่สุดท้ายยังมีปัจจัยอีกมากที่ส่งผลกระทบในธุรกิจของเราครับ ทุกคนที่อยากทำธุรกิจส่วนตัวจึง ควรประเมินความเสี่ยงของตัวเองเสียก่อน

ความเสี่ยงประเมินได้อย่างไร? มันดูได้จากการสังเกตครับ เราต้องมีการมองภาพกว้างและคำนึงถึง เหตุการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น คู่แข่งลดราคาสินค้าเพื่อแข่งกับเรา มีบริษัทใหญ่ลงมาเล่นในตลาด ปัญหาการจัดส่งสินค้า หรือแม้แต่ปัญหาระดับตัวบุคคล แน่นอนว่ามันคงเป็นเรื่องน่าปวดหัวไม่น้อย แต่คิดไว้ล่วงหน้าย่อมดีกว่าครับ

หลังจากนั้น เราต้องทำการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจเป็นการแบ่งความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลล่วงหน้าว่า หากเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น ใครจะรับผิดชอบในส่วนไหน หรือเลือกจะลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น เลือกจะเลิกขายสินค้าที่ขายแล้วขาดทุน เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นปัจจัยเสี่ยงเรื่องเงินก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ในการลงทุนธุรกิจครับ หากคุณต้องการลงทุนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ควบคุมความเสี่ยง หรือแม้แต่ขยายธุรกิจ ก็ตาม เงินติดล้อขอเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดทางให้คุณได้ทำธุรกิจอย่างสบายใจและยั่งยืน ซึ่งคุณสามารถติดต่อเราได้ที่ เงินติดล้อ ทุกสาขาทั่วประเทศครับ

ที่เกี่ยวข้อง